แนวทางสู่การสถาปนาคิลาฟะฮฺ

สรุปจากบทความ “A Question about the Method of Establishing Khilafa”
โดย : อิมามอันวาร อัล-เอาลากี

นับตั้งแต่การล่มสลายของคิลาฟะฮฺ กลุ่มเคลื่อนไหวของมุสลิมหลากหลายกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นในระยะเวลานี้ได้ให้ความสำคัญกับการกลับมาของคิลาฟะฮฺ แต่มีไม่กี่กลุ่มนักที่ยังคงยืนหยัดต่อสู้เพื่อเป้าหมายนี้อย่างจริงจัง และเครื่องมือหรือแนวทางที่มุสลิมกลุ่มต่าง ๆ เลือกใช้เพื่อจะนำไปสู่เป้าหมายนี้ก็แตกต่างกัน ได้แก่

๑- มุ่งเน้นการตัรบียะฮฺ โดยบางส่วนเชื่อว่าเมื่อเราขัดเกลา/อบรมอิสลามให้ผู้คนผ่านการตัรบียะฮฺไปจนกระทั่งเงื่อนไขต่าง ๆ สุกงอมพอแล้ว คิลาฟะฮฺก็จะกลับมาเอง ใน ขณะที่อีกบางส่วนวางแนวทางว่าจะมุ่งเน้นการตัรบียะฮฺไปจนกระทั่งอุมมะฮฺนี้ มีความพร้อมเพียงพอแล้ว จึงค่อยมุ่งหน้าสู่การญิฮาดฟีสบีลิลลาฮฺต่อไป

๒- เข้าไปมีอำนาจและมีบทบาทในระบบที่ดินแดนต่าง ๆ กำลังใช้ปกครองอยู่ ซึ่งก็คือระบอบประชาธิปไตย

๓- ปลุกระดมให้อุมมะฮฺนี้ตื่นตัว และตระหนักถึงความสำคัญของระบบคิลาฟะฮฺ ให้การศึกษาผู้คนในเรื่องเกี่ยวกับการเมือง แล้วก็รอคอยความช่วยเหลือจากอัลลอฮฺ อันเป็นวิธีการหลัก ๆ ของกลุ่มเคลื่อนไหวอย่าง HT (Hizbut Tahrir)

๔- ญิฮาดฟีสบีลิลลาฮฺ

สำหรับวิธีการในข้อ๑ นั้น มันไม่มีกรอบเกณฑ์อะไรที่จะช่วยกำหนดให้เรารู้ว่าเมื่อไหร่จึงจะถือว่าการตัรบียะฮฺนั้นเพียงพอแล้ว ดังนั้นผู้ที่เลือกใช้แนวทางนี้จึงจะยังคงอยู่ในสนามการตัรบียะฮฺ และละทิ้งสนามการญิฮาดตลอดไป นอกจากนั้นประวัติศาสตร์ยังสอนให้เรารู้ว่าท่านร่อซูลศอลลอลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในช่วงชีวิตของคนรุ่นเดียว ท่านเริ่มต้นด้วยการดะอฺวะฮฺและจบลงด้วยการญิฮาดในช่วงชีวิตของท่าน ไม่ได้หวังแต่จะส่งต่อภาระกิจในการญิฮาดไปให้คนรุ่นต่อไป โดยที่ตนเองละทิ้งมัน

ส่วนผู้ที่สนับสนุนการเข้าไปมีบทบาทในระบอบประชาธิปไตยนั้น มักจะให้คำอธิบายว่าพวกเขาเชื่อว่าระบบนี้คือระบบของกุฟรฺ พวกเขาไม่ได้ศรัทธาต่อมัน เพียงแต่ต้องการจะใช้มันเป็นเครื่องมือเพื่อเข้าไปมีบทบาทและอำนาจในระบบ จากนั้นก็จะได้ใช้อำนาจนั้นอำนวยความสะดวกให้อิสลาม และเปลี่ยนแปลงระบบนั้นจากภายในตัวของมัน

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เลือกใช้แนวทางนี้จะต้องเผชิญปัญหาอย่างน้อย ๓ อย่าง

หนึ่ง คือการเข้าไปมีส่วนในระบบกติกาของประชาธิปไตยอันหมายถึงการยอมรับมันทาง พฤตินัย แต่ใจของเราไม่ได้ศรัทธาในมันนั้นย่อมถือเป็นการตบตา และการโกหก ซึ่งในอิสลามอนุญาติให้ทำได้ก็ต่อเมื่อจำเป็นต้องอยู่ร่วมกับศัตรูในดินแดนสงคราม แต่ ปัญหาก็คือผู้ที่เลือกใช้วิธีการนี้ส่วนมากมักจะเชื่อด้วยตัวเองว่าพวกเขา ไม่ได้อยู่ในดินแดนสงคราม หากแต่เป็นดินแดนที่มุสลิมกับผู้ที่ไม่ใช่มุสลิมมีพันธะสัญญาไมตรีต่อกัน ไม่ระรานกัน และอยู่ร่วมกันอย่างสงบ ซึ่งตามหลักการแล้วไม่อนุญาติให้มุสลิมตบตา หลอกลวง หรือโกหกพวกเขา

ปัญหาต่อมาคือ เมื่อเราอยู่ในสภาพโกหกเช่นนี้ไปเป็นระยะเวลานาน มันมักจะจบท้ายด้วยการที่เราเชื่อมั่นในสิ่งที่เราโกหกซะเอง มีตัวอย่างไม่น้อยของผู้ที่เข้าสู่ระบบประชาธิปไตยด้วยเจตนาจะเปลี่ยนแปลงมัน แต่ก็ลงท้ายด้วยการยอมรับและเห็นด้วยกับมัน ในตุรกีและซูดานมีตัวอย่างทำนองนี้ให้เราได้ใคร่ครวญอยู่แล้ว

ปัญหาสุดท้ายก็คือ วิธีการแทรกซึมเข้าไปในระบบไม่ควรจะเป็นวิธีการของมุสลิม เพราะมันเป็นวิธีการของยิว และของมุนาฟิก ลักษณะเช่นนี้ของพวกเขาปรากฏอยู่ทั้งในอัล-กุรอานและในโลกปัจจุบัน มันไม่ใช่วิธีการของเรา มุสลิมมีเกียรติ มีศักดิ์ศรีพอที่จะประกาศเจตนารมย์และทำงานดะอฺวะฮฺของเราอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมา การแทรกซึมเข้าไปในระบบและเปลี่ยนแปลงมันจากภายในนั้นไม่ใช่คุณลักษณะของท่านร่อซูลผู้เป็นต้นแบบของเรา ต่อให้เราสามารถแทรกซึมระบบของพวกเขาได้สำเร็จ มันก็เป็นเพียงการพิสูจน์ว่าเรามีคุณสมบัติเหมือนพวกยิว ไม่ได้สง่างามอย่างมุสลิม

สำหรับวิธีการของกลุ่มอย่าง HT นั้น แม้พวกเขาจะทำได้ดีในการปลุกระดมผู้คนให้สนใจในระบอบคิลาฟะฮฺและการเมือง แต่ก็ต้องยอมรับว่าเครื่องมือที่พวกเขาใช้ยังไม่อาจช่วยให้ระบอบคิลาฟะฮฺกลับมาได้ เพราะการรอคอยความช่วยเหลือ(โดยไม่ออกญิฮาด)ก็เหมือนการรอคอยปาฏิหาริย์ ความช่วยเหลือและชัยชนะจากอัลลอฮฺย่อมไม่ได้มาผ่านการนั่งถกอภิปรายทางการเมืองเพียงอย่างเดียว

ดังกล่าวนี้ ทำให้เชื่อว่าญิฮาดฟีสบีลิลลาฮฺเท่านั้นที่จะเป็นเครื่องมือและแนวทางสำหรับการกลับมาของคิลาฟะฮฺ การกล่าวว่า " เราต้องมีรัฐอิสลามและมีคอลีฟะฮฺก่อนจะประกาศญิฮาด เพราะท่านร่อซูลศอลลอลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมได้สถาปณารัฐอิสลามขึ้นก่อน แล้วจึงค่อยญิฮาด" นั้นเป็นการละเลยความแตกต่างอย่างสำคัญระหว่างยุค สมัยของท่าน และยุคสมัยของเรา นั่นคือในสมัยของท่านนั้นยังไม่ได้มีรัฐอิสลามเกิดขึ้นมาก่อน แต่ในยุคสมัยของเรานั้นรัฐอิสลามได้เกิดขึ้นมาแล้ว แต่กำลังถูกยึดครอง และ บรรดาอุละมาอฺก็ยืนยันว่าการปลดปล่อยดินแดนที่เคยเป็นรัฐอิสลามให้เป็นอิสระ หรือญิฮาดดะฟะอฺนั้นเป็นฟัรฎูอีน ดังนั้นแม้จะไม่เห็นด้วยว่าญิฮาดคือเครื่องมือเดียวที่จะสถาปนาระบอบคิลาฟะ ฮฺขึ้นมาอีกครั้ง แต่เราก็จะปฏิเสธความเป็นฟัรฎูอีนของญิฮาดดะฟะอฺนี้ไปไม่ได้

อย่างไรก็ตาม ควรกล่าวไว้ด้วยว่าญิฮาดที่เรากำลังพูดถึงนี้ไม่ได้หมายถึงเพียงการแบกปืนออกไปสู้รบเท่านั้น การญิฮาดมีความหมายที่กว้างขวางกว่านั้น และเรากำลังพูดถึงความหมายอย่างกว้างของมัน ซึ่งหมายรวมถึงการญิฮาดในทุก ๆ ทางที่เรามีความสามารถ ไม่ว่าจะเป็นด้วยลิ้น ด้วยทรัพย์สิน หรือด้วยชีวิตซึ่งถือว่าประเสริฐที่สุด

มี๒ตัวอย่างความสำเร็จที่ควรยกมาแสดง ณ ที่นี้ ซึ่งแม้จะยังห่างไกลจากความสำเร็จอย่างที่บรรพชนอิสลามในอดีตเคยทำได้ แต่ก็ทำให้เรามองเห็นอะไรบางอย่าง นั่นคือความสำเร็จของกลุ่มตอลิบันในอัฟฆอนิสตาน และศาลชะรีอะฮฺในโซมาเลีย ทั้งสองกลุ่มนี้ไม่ได้ประสบความสำเร็จผ่านการเลือกตั้ง หรือการโต้วาที หากแต่ผ่านสงคราม พวกเขาสามารถขึ้นสู่ตำแหน่งการปกครองได้ก็ด้วยการญิฮาดของมุญาฮิดีน และพวกเขาไม่ได้ล้มลงเพราะพวกเขาล้มเหลว แต่เพราะอุมมะฮฺนี้ล้มเหลวด้วยการทอดทิ้งพวกเขาต่างหาก!

ถึงอย่างนั้น หากเราติดตามสถานการณ์ปัจจุบันอยู่เสมอ เราก็คงจะพอมองเห็นว่า ไม่ใช่บรรดามุญาฮิดีนที่กำลังเพลี่ยงพล้ำ หากเป็นศัตรูของพวกเขาต่างหาก บางที... สิ่งที่เรารอคอยอาจกำลังจะมาถึง - อินชาอัลลอฮฺ

Note : เป็นบทความที่อ่านแล้วมองเห็น+ คิดอะไรได้หลายอย่าง และเห็นว่าน่าจะมีประโยชน์แม้กับคนที่ไม่เห็นด้วยกับบทสรุปของชัยคฺ อัล-เอาลากี อย่างน้อยก็คงทำให้ได้ฉุกคิดถึงวิธีการที่เราเลือกใช้อยู่ว่ามีความเป็นไปได้แค่ไหนที่จะนำเราไปสู่เป้าหมายที่วาดหวัง – อินชาอัลลอฮฺ (ที่จริงบทความนี้เป็นลักษณะคำถาม-ตอบ แต่เพราะคำถามอันยาวเกือบเท่าคำตอบนั้นเป็นการวิเคราะห์หะดีษและเหตุการณ์ปัจจุบันตามความเห็นของผู้ถามซะมาก +เห็นว่าเฉพาะคำตอบก็อ่านได้ความโดยตัวเอง เลยสรุปมาแต่ส่วนคำตอบ เพื่อกระชับประเด็นค่ะ)

ถ้ามีข้อสงสัย หรืออยากถกประเด็นอะไรเพิ่มเติม ไปต่อได้ที่ที่อยู่จริงของบทความนะคะ>> http://www.anwar-alawlaki.com/2008/08/29/a-question-about-the-method-of-... (แต่ลองไล่อ่านคอมเมนต์ยาวเหยียดข้างล่างดูก่อนเน้อ บางทีประเด็นที่ท่านสงสัยติดใจอาจมีการถกจนกระจ่างอยู่ ณ ที่นั่นแล้วก็เป็นได้)

ปล. แถม ๆ

ใครคืออิมามอันวาร อัล-เอาลากี
http://www.cageprisoners.com/prisoners.php?id=2127

ประวัติการศึกษา
http://www.anwar-alawlaki.com/2008/08/12/a-question-from-a-reader-on-my-...

ดูงานอื่น ๆ เพิ่มเติม
http://www.anwar-alawlaki.com/
http://www.kalamullah.com/anwaral-awlaki.html
http://imamawlaki.blogspot.com/

ญะซากิลลาฮุคอยร็อน : http://pee-nu-d.spaces.live.com
หากต้องการคัดลอกบทความใดกรุณาระบุผู้เขียนและอ้างอิงแหล่งที่มา

ตอบ

เนื้อหาของข้อมูลนี้ถูกรักษาเป็นความลับและไม่แสดงต่อสาธารณะ

เว็บบอร์ด-กุรอาน-เพื่อนบ้าน

ค้นหาอัลกุรอานพร้อมความหมาย

บ้านมุสลิมะฮฺ เชคริฎอ อะหมัด สมะดี กลุ่มมุสลิมเพื่อสันติ หนังสือพิมพ์ประชาชาติอิสลามออนไลน์ ฟัตวาออนไลน์ มูลนิธิอนุรักษณ์มรดกอิสลาม
100 100 ร้านมุอฺมินดีไซน์เว็บไซด์เพื่อการศึกษาอิสลาม ตลอดชีวิต หรือว่าพวกเจ้าคิดว่า พวกเจ้าจะได้เข้าสวนสวรรค์ ทั้งๆ ที่อัลลอฮฺยังมิได้ทรงรู้ บรรดาผู้ที่ต่อสู้ (ญิฮาด) ในหมู่พวกเจ้าพร้อมกันนั้น พระองค์ก็จะทรงรู้บรรดาผู้ที่อดทนด้วย อิสลามเริ่มต้นที่บ้าน บ้านแห่งการเรียนรู้...مرآة<br />
:: กระจกเงาสะท้อนเยาวชน ::[Togetherness magazine] ก้าวไป…ด้วยกันร้านบ้านมุสลิมะฮฺ จำหน่ายสินค้าเพื่อมุสลิม Basic to muslimah ยินดีต้อนรับแด่ผู้แสวงหาสัจธรรม ร้านจำหน่ายสินค้าอุปกรณ์เบเกอรี่หะล้าลตากะยายหะล้าลคาเฟ่ ร้านบ้านดินอิสลามจำหน่าย ของกิน ของใช้ หนังสือความรู้ทั่วไป ในราคาย่อมเยา
เบเกอรี่ฮาลาล รับทำเค้ก อร่อยทุกชนิด เลือกส่วนผสมอย่างดี
แหล่งรวมหิญาบ ผ้าคลุม เสื้อผ้ามุสลิม ของขวัญของฝาก

คัดลอกข้อความด้านล่างไปไว้ที่หน้าเว็บของท่าน หากต้องการแลกลิงค์