“รางวัลสำหรับสตรีผู้ยืนหยัด”

“อัลกุรอาน” สาส์นฉบับสุดท้ายจากพระผู้ทรงสร้างที่ถูกประกาศครั้งแรก ณ นครมักกะฮ์ เป็นถ้อยคำอันทรงพลังจากพระผู้ทรงสร้างที่มีอำนาจเปลี่ยนแปลงผู้คนจำนวนมากในดินแดนอาหรับยุคญาฮีลิยะฮ์ไปสู่แสงสว่างแห่งทางนำและการศรัทธาต่ออัลลอฮ์ ซุบฮานะฮู วะ ตะอาลา พระผู้ทรงสร้างแต่เพียงผู้เดียว

“เซาดะฮ์ บินติ ซัมอะฮ์” หนึ่งในสตรีผู้ทรงเกียรติแห่งนครมักกะฮ์ที่ยอมจำนนต่อถ้อยคำของอัลลอฮ์ ซุบฮานะฮู วะ ตะอาลา นางได้เข้ารับอิสลามพร้อมกับสามีคือ “อัซซักรอน บิน อัมร์ บินอับดุลชัมส์” ทั้งสองนับเป็นมุสลิมรุ่นบุกเบิกแห่งการเผยแพร่อิสลามในระยะแรกของท่านนบี ศอลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม

เมื่อการทารุณกรรมของชาวกุรอยซ์ในนครมักกะฮ์ที่มีต่อบรรดามุสลิมได้ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น นางจึงได้ฮิจเราะฮ์ (อพยพ) ไปอบิสสิเนียพร้อมกับสามีและบรรดาผู้ฮิจเราะฮ์จำนวนหนึ่ง หลังจากที่กลับจากอบิสสิเนียในการฮิจเราะฮ์ครั้งที่สองแล้ว สามีของนางได้เสียชีวิตลงที่มักกะฮ์ ทำให้นางต้องดำเนินชีวิตอยู่อย่างเดียวดาย ไร้ครอบครัว ขาดที่พึ่ง เนื่องจากครอบครัวเดิมของนางขณะนั้นเป็นผู้ที่ต่อต้านอิสลาม นางจึงเกรงว่าหากกลับไปยังครอบครัว นางอาจจะต้องถูกทรมานให้ละทิ้งอิสลาม นางจึงเลือกที่จะยืนหยัดอิสลามเพียงลำพัง

การแต่งงานครั้งที่ 2 ของท่านนบี ศอลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม
“เซาดะฮ์ บินติ ซัมอะฮ์” ได้ต่อสู้ชีวิตด้วยความแข็งแกร่งและอดทนจากความยากลำบากในหนทางของอิสลามนั้น อัลลอฮ์ ซุบฮานะฮู วะ ตะอาลา ได้ทรงประทานเกียรติอันสูงส่งแก่นาง ด้วยการให้ท่านนบี ศอลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม ได้สมรสกับนางด้วยความเมตตาสงสารในความเสียสละและการเป็นผู้ฮิจเราะฮ์ของนาง ทั้ง ๆ ที่นางมีอายุมากกว่าท่านนบี ศอลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม โดยขณะที่สมรสนั้นนางมีอายุได้ประมาณ 55 ปีแล้ว และนับเป็นการสมรสครั้งที่สองของท่านนบี ศอลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม หลังจากที่ท่านหญิงคอดียะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุ อันฮา ได้เสียชีวิตลง

จะเห็นได้ว่าท่านนบี ศอลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม มิได้สมรสเพื่อตอบสนองความต้องการทางอารมณ์แต่อย่างใด โดยท่านเลือกที่จะสมรสกับหญิงหม้ายที่ไร้ผู้อุปการะดูแล เพื่อปกป้องคุ้มครองนาง ให้มีความอบอุ่นมีหัวใจที่สงบและยืนหยัดอยู่กับอิสลามอย่างมั่นคง

ท่านหญิงเซาดะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุ อันฮา ได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับท่านนบี ศอลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม ในปีที่ 10 ของการเผยแพร่อิสลามที่นครมักกะฮ์ และได้ฮิจเราะฮ์ไปนครมะดีนะฮ์
นางพยายามปฏิบัติทุกอย่างให้เหมือนกับที่ท่านหญิงคอดียะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุ อันฮา ได้เคยปฏิบัติ ช่วยดูแลครอบครัว ช่วยปลอบประโลมให้กำลังใจ ฯลฯ

มารดาแห่งศรัทธาชนผู้ที่เชื่อฟังและเสียสละ
ในบรรดาภรรยาของท่านนบี ศอลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม นั้น นางจัดว่าเป็นมารดาแห่งศรัทธาชนท่านหนึ่งที่ใจบุญโอบอ้อมอารี ดำรงชีวิตอยู่อย่างสงบและสมถะพอเพียง คุณธรรมพิเศษอย่างหนึ่งของนางคือการเป็นผู้ที่ยอมเสียสละความสุข ความปรารถนาของตน เพื่อความสุขของผู้อื่นอย่างแท้จริง นอกจากนี้นางยังเป็นผู้ที่เชื่อฟังปฏิบัติตามคำสั่งของท่านนบี ศอลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม อย่างเคร่งครัด โดยหลังจากที่ท่านนบี ศอลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม ได้กลับคืนสู่ความเมตตาของอัลลอฮ์ ซุบฮานะฮู วะ ตะอาลา แล้ว นางไม่เคยออกจากบ้านแม้กระทั่งเพื่อจะไปทำฮัจย์และอุมเราะฮ์ ซึ่งนางกล่าวว่า นางเคยประกอบพิธีฮัจย์ในปีอำลาพร้อมกับท่านรอซูลุลเลาะฮ์แล้ว นางจึงขออยู่กับบ้านตามที่อัลลอฮ์ ซุบฮานะฮู วะ ตะอาลา ได้ตรัสว่า

“โอ้บรรดาภริยาของนบีเอ๋ย! พวกเธอไม่เหมือนกับสตรีใดๆ ในเหล่าสตรีอื่น..และจงอยู่ในบ้านเรือนของพวกเธอ และอย่าได้โอ้อวดความงาม (ของพวกเธอ) เช่นการอวดความงาม(ของพวกสตรี) แห่งสมัยงมงายในยุคก่อน” (อัล-อะหซาบ อายะห์ที่ 32-33)

ท่านหญิงเซาดะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุ อันฮา เป็นมารดาแห่งศรัทธาชนอีกท่านหนึ่งที่ได้เก็บเกี่ยวความรู้จากท่านนบี ศอลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม เพื่อประโยชน์แก่ประชาชาติอิสลาม

โดยได้รายงานฮะดีษจากท่านนบี ศอลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม เป็นจำนวน 5 ฮะดีษ คุณธรรมอันสูงส่งและความประเสริฐของนางนั้น ท่านหญิงอาอิชะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุ อันฮา ได้กล่าวว่า


“ฉันไม่เคยเห็นสตรีคนใด ที่ฉันมีความปรารถนายิ่งที่จะดำเนินชีวิตตาม
แบบฉบับของนางยิ่งกว่าเซาดะฮ์ เมื่อเซาดะฮ์เข้าสู่วัยชราเธอได้กล่าวว่า โอ้ท่านรอซูลุลเลาะฮ์ ฉันยกเวรของฉันที่จะได้จากท่านให้แก่อาอิชะฮ์ และได้ปรากฎว่าท่านรอซูลุลเลาะฮ์ได้แบ่งเวรให้แก่อาอิชะฮ์สองวัน คือวันของอาอิชะฮ์และวันของเซาดะฮ์” (รายงานโดยบุคอรีและมุสลิม)

การแต่งงานของท่านนบี ศอลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม กับบุตรีของศัตรู
นอกจากท่านหญิงเซาดะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุ อันฮา แล้ว ยังมีสตรีชาวมักกะฮ์ที่สำคัญ ๆ อีกหลายคนที่ยอมจำนนต่อถ้อยคำแห่งอัลกุรอานและประกาศตนเข้ารับอิสลาม ในที่นี้จะกล่าวถึง
อุมมุ ฮะบีบะฮ์ หรือรอมละฮ์ บินติ อบูซุฟซาน ซึ่งอบูซุฟฟาน ผู้เป็นบิดาของนาง ในขณะนั้นยังเป็นผู้ปฏิเสธอิสลาม และเป็นหัวหน้าผู้นำเผ่ากุรอยซ์ผู้ทรงอำนาจและเป็นศัตรูตัวฉกาจของท่านนบี ศอลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม การเข้ารับอิสลามของนางและสามีคือ อุบัยดิลลาฮ์ บิน ยะฮซี นั้น
ยังความโกรธแค้นแก่ครอบครัวของนางยิ่งนัก

นางกับสามีได้ฮิจเราะฮ์ไปยังอบิสสิเนียพร้อมกับอิสลาม ที่นั่นสามีของนางได้ออกนอกศาสนาอิสลามและกลับไปเป็นชาวคริสเตียน นางได้ถูกหย่า และถูกทอดทิ้งไว้เพียงลำพังกับลูกน้อย แต่นางก็เลือกที่จะยืนหยัดอยู่กับอิสลามในดินแดนของคนแปลกหน้าห่างจากนครมักกะฮ์นับพันไมล์ โดยไม่หันกลับไปยังครอบครัวที่เป็นศัตรูต่ออิสลาม

ในช่วงที่ รอมละฮ์ บินติ อบูซุฟยาน ต้องพบกับการทดสอบเพื่อพิสูจน์ศรัทธาของนางอย่างเดียวดาย ณ ดินแดนอบิสสิเนีย นั้น ท่านนบี ศอลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม และบรรดาผู้ศรัทธาได้อพยพไปยังนครมะดีนะฮ์แล้ว เมื่อท่านได้ทราบข่าวนี้จึงให้เกียรติต่อความศรัทธาและการยืนหยัดอิสลามของนาง โดยได้ส่งฑูตไปยังกษัตริย์นะญาซีแห่งอบิสสิเนีย เพื่อสู่ขอและนำของหมั้นให้แก่นาง หลังจากนั้นเมื่อนางเดินทางกลับมายังมะดีนะฮ์ ท่านนบี ศอลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม จึงได้สมรสกับนางในปีฮิจเราะฮ์ที่ 7 นางจึงเป็นหญิงหม้ายอีกคนหนึ่งที่ได้รับการปกป้องดูแล จากผู้นำแห่งประชาชาติอิสลาม ด้วยเหตุแห่งความศรัทธาของนาง

มารดาแห่งศรัทธาชนผู้ให้เกียรติต่ออิสลามเหนือสิ่งอื่นใด
ท่านหญิงอุมมุ ฮะบีบะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุ อันฮา เป็นผู้ที่ให้เกียรติต่อสามีและต่ออิสลามเป็นอย่างยิ่ง คุณธรรมในเรื่องนี้ที่เด่นชัดของนางก็คือ หลังจากที่นางได้สมรสกับท่านนบี ศอลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม แล้ว ครั้งหนึ่งอบูซุฟยานได้ไปหานางที่บ้านของท่านนบี ศอลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม ขณะที่อบูซุฟยานกำลังจะนั่งลงบนที่นั่งของท่านนบี ศอลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม นั้น นางไม่ยอมให้บิดาของนางนั่งบนที่นั่งนี้ เป็นเหตุให้อบูซุฟยานโกรธมาก จึงกล่าวแก่บุตรสาวว่า
“ที่นั่งนี้มันไม่มีเกียรติพอที่จะให้พ่อนั่ง หรือพ่อไม่มีเกียรติพอที่จะนั่งบน
ที่นั่งนี้”
ท่านหญิงอุมมุ ฮะบีบะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุ อันฮา จึงตอบว่า
“พ่อไม่มีเกียรติพอที่จะนั่งบนที่นั่งนี้ เพราะนี่คือที่นั่งของ
ท่านรอซูลุลเลาะฮ์ และพ่อไม่ได้เป็นผู้ศรัทธา พ่อจึงไม่สะอาด”

ถึงกระนั้นการสมรสของท่านนบี ศอลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม กับท่านหญิงอุมมุ ฮะบีบะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุ อันฮา ก็นับเป็นประโยชน์ต่ออิสลามอย่างมหาศาล เพราะได้ลดความแข็งกระด้างในหัวใจของอบูซุฟยานและครอบครัวของเขาลง และมีผลให้อบูซุฟยานและครอบครัวตลอดจนญาติพี่น้องของเขา ได้เข้ารับอิสลามในปีฮิจเราะฮ์ที่ 8 ซึ่งเป็นปีที่ท่านนบี ศอลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม ได้พิชิตมักกะฮ์ โดยท่านนบี ศอลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม ได้ให้เกียรติต่ออบูซุฟยานด้วยการประกาศว่า
“ใครเข้ามาอยู่ในมัสยิดฮะรอมจะได้รับความปลอดภัย และใครเข้าไปอยู่ ในบ้านของอบูซุฟยานก็จะได้รับความปลอดภัย”
ต่อมาท่านอบูซุฟยาน เราะฎิยัลลอฮุ อันฮุ และครอบครัวได้เป็นกำลังสำคัญในการช่วยเหลือท่านนบี ศอลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม ปกป้องอิสลามและนำความรุ่งโรจน์มาสู่อิสลามได้ในที่สุด

ท่านหญิงอุมมุ ฮะบีบะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุ อันฮา จัดว่าเป็นภรรยาของท่านนบี ศอลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม อีกท่านหนึ่งที่เฉลียวฉลาดและทรงความรู้ โดยนางได้รายงานฮะดีษจากท่านนบี ศอลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม เป็นจำนวน 65 ฮะดีษ ทำให้ประชาชาติอิสลามได้รับประโยชน์อย่างกว้างขวางจากความรู้ของนาง

ถึงแม้ท่านหญิงเซาดะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุ อันฮา และ ท่านหญิงอุมมุ ฮะบีบะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุ อันฮา จะได้สมรสกับท่านนบี ศอลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม ในเวลาที่แตกต่างกัน แต่เรื่องราวของท่านทั้งสองก็เป็นแบบอย่างที่ดีที่สุดของสตรีผู้ยืนหยัดอิสลามอย่างมั่นคงแม้จะอยู่ในภาวะที่โดดเดี่ยว รางวัลอันทรงเกียรติที่อัลลอฮ์ ซุบฮานะฮู วะ ตะอาลา ทรงมอบให้กับท่านทั้งสองนั้นสูงส่งยิ่งนัก นั่นคืออัลลอฮ์ ซุบฮานะฮู วะ ตะอาลาได้ทรงคัดเลือกท่านทั้งสองให้เป็นภรรยาของท่านนบี ศอลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า
เป็นอุมมุลมุอมินีน (มารดาแห่งศรัทธาชน) ที่ถูกกล่าวถึงในอัลกุรอานตราบถึงวันอวสานของโลก

------------------------------------

เรียบเรียงโดยอุมมุ อามีเราะฮ์
คอลัมน์ “เรื่องจริงที่ผู้หญิงควรรู้” วารสาร ร่มเงาอิสลาม ฉบับที่ 14 ประจำเดือนกันยายน 2548 ในระหว่างที่

เว็บบอร์ด-กุรอาน-เพื่อนบ้าน

ค้นหาอัลกุรอานพร้อมความหมาย

บ้านมุสลิมะฮฺ เชคริฎอ อะหมัด สมะดี กลุ่มมุสลิมเพื่อสันติ หนังสือพิมพ์ประชาชาติอิสลามออนไลน์ ฟัตวาออนไลน์ มูลนิธิอนุรักษณ์มรดกอิสลาม
100 100 ร้านมุอฺมินดีไซน์เว็บไซด์เพื่อการศึกษาอิสลาม ตลอดชีวิต หรือว่าพวกเจ้าคิดว่า พวกเจ้าจะได้เข้าสวนสวรรค์ ทั้งๆ ที่อัลลอฮฺยังมิได้ทรงรู้ บรรดาผู้ที่ต่อสู้ (ญิฮาด) ในหมู่พวกเจ้าพร้อมกันนั้น พระองค์ก็จะทรงรู้บรรดาผู้ที่อดทนด้วย อิสลามเริ่มต้นที่บ้าน บ้านแห่งการเรียนรู้...مرآة<br />
:: กระจกเงาสะท้อนเยาวชน ::[Togetherness magazine] ก้าวไป…ด้วยกันร้านบ้านมุสลิมะฮฺ จำหน่ายสินค้าเพื่อมุสลิม Basic to muslimah ยินดีต้อนรับแด่ผู้แสวงหาสัจธรรม ร้านจำหน่ายสินค้าอุปกรณ์เบเกอรี่หะล้าลตากะยายหะล้าลคาเฟ่ ร้านบ้านดินอิสลามจำหน่าย ของกิน ของใช้ หนังสือความรู้ทั่วไป ในราคาย่อมเยา
เบเกอรี่ฮาลาล รับทำเค้ก อร่อยทุกชนิด เลือกส่วนผสมอย่างดี
แหล่งรวมหิญาบ ผ้าคลุม เสื้อผ้ามุสลิม ของขวัญของฝาก

คัดลอกข้อความด้านล่างไปไว้ที่หน้าเว็บของท่าน หากต้องการแลกลิงค์