อัลฮิญาบ {2}
الحجاب إيمان
การคลุมฮิญาบแสดงถึงการเลื่อมใสศรัทธา
อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา นั้นไม่เคยมีพระดำรัสเกี่ยวกับการคลุมฮิญาบ เว้นเสียแต่กับบรรดาสตรีที่มีความศรัทธา พระองค์ทรงตรัสไว้ว่า قُلْ للمؤمنات “และจงกล่าวเถิดมุฮำหมัดกับบรรดาสตรีผู้ศรัทธา” และพระองค์ยังได้ตรัสไว้อีกว่า ونساءالمؤمنين “และ (จงกล่าว) กับบรรดาภรรยาของศรัทธาชนทั้งหลาย” ครั้นเมื่อบรรดาสตรีชาวบนีตะมีมได้เข้าไปพบพระนางอาอีชะห์ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮา ในสภาพที่พวกนางสวมใส่อาภรณ์ที่บาง พระนางอาอีชะห์จึงได้กล่าวขึ้นว่า “หากเธอทั้งหลายได้ชื่อว่าเป็นผู้ศรัทธาแล้วละก็ อาภรณ์นี้ไม่เหมาะสมกับบรรดาสตรีผู้ศรัทธาหรอก และถ้าหากพวกเธอไม่ศรัทธาแล้วละก็ จงสวมใส่มันตามสบายเถอะ”
الحجاب حياء
การคลุมฮิญาบคือการละอาย
แท้จริงท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า “แท้จริง สำหรับทุก ๆ ศาสนานั้นมีคำสอน (ในเรื่องจริยธรรม) และจรรยามารยาทของอิสลามก็คือ ความละอายนั่นเอง”
ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวอีกว่า ความละอายเป็นส่วนหนึ่งของการศรัทธา และการศรัทธานั้นจะได้อยู่ในสวรรค์” และท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวอีกว่า “ความละอายกับการศรัทธานั้นมักจะอยู่คู่กันเสมอ เมื่อปราศจากอันหนึ่งอันใดไป ก็พลอยทำให้อีกสิ่งหนึ่งหมดไปด้วย”
รายงานจากท่านหญิงอาอีชะห์ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮา ได้กล่าวว่า ครั้งหนึ่งฉันเคยเข้าไปในบ้านซึ่งที่มีร่างของท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม และบิดาของฉัน ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ ถูกฝังอยู่ในนั้น ในสภาพที่ฉันแต่งกายไม่มิดชิด และฉันได้กล่าวว่า แท้จริงเขาคือสามีของฉันและบิดาของฉันเอง และฉันได้กล่าวว่า แท้จริงเขาคือสามีของฉันและบิดาของฉันเอง ครั้นเมื่อท่านอุมัร ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ ตายลงและถูกฝังในนั้น ขอสาบานต่ออัลลอฮฺ ฉันก็ไม่เคยเข้าไปอีกเลย เว้นเสียแต่ฉันจะแต่งกายมิดชิด อันเนื่องมาจากความละอายที่มีต่อท่านอุมัร ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ” และจากจุดนี้เอง จึงนับว่าการคลุมฮิญาบนั้นคู่ควรกับความละอาย ซึ่งเป็นวิสัยของสตรีเพศอยู่แล้ว
الحجاب غيرة
การคลุมฮิญาบคือการหวงแหน
การคลุมฮิญาบนั้นมันสอดคล้องกับการมีความรู้สึกหวงแหนซึ่งเป็นปกติวิสัยของบุรุษเพศทั่ว ๆ ไป ที่จะไม่ยอมให้สายตาผู้อื่นมองละลาบละล้วงไปยังภรรยาและบรรดาบุตรสาวของเขา บ่อยครั้งที่เกิดการรบราฆ่าฟันกันในสมัยญาฮิลียะห์ ก็เนื่องมาจากความหึงหวงในบรรดาสตรีเพศ และการปกป้องภรรยาและครอบครัวของเขา
ท่านอลี ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้กล่าวว่า ฉันได้ทราบข่าวว่า บรรดาภรรยาของท่านทั้งหลายนั้นต่างต้องเบียดเสียดอยู่กับบรรดาชายกาฟิรต่างศาสนิกต่างเชื้อชาติในท้องตลาด ท่านทั้งหลายไม่หึงหวงกันบ้างดอกหรือ ? แท้จริงไม่เป็นการดีเลยสำหรับผู้ที่ไม่รู้จักหึงหวง (ภรรยาของตนเอง)
قبائح التبرج
ความเลวร้ายของการโอ้อวดรูปโฉมความงามของสตรี
การโอ้อวดสัดส่วนต่าง ๆ ของเรือนร่างนั้นถือเป็นการฝ่าฝืนดื้อดึงต่ออัลลอฮฺและร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม และใครที่ฝ่าฝืนอัลลอฮฺและร่อซูลของพระองค์ แท้จริงเขามิได้ให้โทษกับใครเลยนอกจากตัวเขาเอง และเขาไม่มีทางที่จะให้โทษกับอัลลอฮฺได้เลยแม้แต่น้อย ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า “ประชาชาติของฉันจะได้เข้าสวรรค์ทั้งหมด เว้นแต่ผู้ที่ปฏิเสธมัน เหล่าศ่อฮาบะฮฺจึงได้ถามว่า โอ้ ! ท่านร่อซูลุลลอฮฺ ใครกันแล่าที่ปฏิเสธ ท่านตอบว่า ใครเชื่อฟังปฏิบัติตามฉันก็ได้เข้าสวรรค์ และใครที่ฝ่าฝืนดื้อดึงเรา แท้จริงเขาผู้นั้นคือผู้ที่ปฏิเสธ”
التبرج كبيرة مهلكة
การโอ้อวดรูปโฉมความงามคือตัวบ่อนทำลายอันร้ายกาจ
อุมัยยะฮฺบุตรสาวของนางรุกอยเกาะฮฺ ได้มาหาท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เพื่อขอการรับรองในการเข้ารับอิสลามของนาง แล้วท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ก็ได้กล่าวว่า “เราให้การยืนยันรับรองการที่เธอจะไม่ตั้งภาคีกับอัลลอฮฺ จะไม่ลักขโมย จะไม่ผิดประเวณี จะไม่สังหารลูกของเธอ และจะไม่ให้ร้ายป้ายสีอย่างหน้าตาเฉย จะไม่ร้องไห้คร่ำครวญ และจะไม่เปิดเผยหรือโอ้อวดความงามอย่างเช่นสมัยแห่งการงมงายในยุคก่อน เพราะการโอ้อวดเช่นนั้นมันจะก่อให้เกิดความเสื่อมเสียอันร้ายกาจ”
التبرج يجلب اللعن والطردمنرحمة الله
การโอ้อวดรูปโฉมความงามเป็นเหตุให้ได้รับการสาปแช่งและจะไม่ได้รับความเมตตาของอัลลอฮฺตะอาลา
ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า “ในช่วงปลายของประชาชาติของเรา จะได้พบเห็นบรรดาสตรีที่แต่งกายล่อแหลมโอ้อวดความงาม บนศีรษะของพวกนางจะมีลักษณะคล้าย ๆ กับตระโหนกของอูฐ จงสาปแช่งพวกนางเถิด ดังนั้นพวกนางจึงอยู่ในสภาพที่ถูกสาปแช่ง”
أهل النار التبرج من صفات
การโอ้อวดความงามนั้นคือลักษณะของชาวนรก
ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า “แท้จริงส่วนหนึ่งจากชาวนรกนั้นมีบุคคลอยู่ 2 ประเภท ฉันไม่เคยเห็นพวกเขาทั้งสอง คือ กลุ่มหนึ่งที่มีแส้คล้ายกับหางวัวอยู่ในมือของพวกเขา โดยจะตีผู้คนด้วยแส้นั้น และสตรีที่แต่งกายในสภาพเปลือยเดินแกว่งไปมา ศีรษะของพวกนางคล้ายกับตระโหนกของอูฐที่โอนเอียงไปมา พวกนางจะไม่ได้เข้าสวนสวรรค์ และไม่ได้พบกลิ่นไอของมัน และกลิ่นไอของมันนั้นจะโชยขึ้นมาในระยะทางที่ไกล”
التبرج سواد وظلمة يوم القيامة
การเปิดเผยรูปโฉมความงามจะพบความอับแสงในวันกิยามะห์
มีรายงานจากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม แจ้งว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า “อุปมาสตรีที่แต่งกายเกินขอบเขต อุปมัยดังเช่นความมืดมนอนธการในวันกิยามะฮฺ นางจะไม่พบแสงสว่างเลย”
หมายถึงสตรีที่เดินลากชายอาภรณ์ของนางด้วยความหยิ่งยะโส ในวันกิยามะฮฺนางจะมาในสภาพที่มืดมน ประดุจดังร่างของนางถูกบังเกิดมาจากความมืดมิด ฮะดีษบทนี้ถึงแม้ว่าจะฎ่ออี๊ฟก็ตาม แต่ทว่าความหมายของมันศอเฮียะฮฺ (ถูกต้อง) ที่เป็นดังกล่าวก็เพราะว่าการหลงใหลอยู่กับการดื้อดึงฝ่าฝืน (พระเจ้า) คือการลงโทษอันเจ็บปวด ความสะดวกคือทุกข์าก ความอิ่มหนำคือความหิวโหย ความจำเริญคือความสูญเสีย ความหอมคือความเน่าเหม็น ความสว่างเจิดจ้าคือความมืด ซึ่งตรงกันข้ามกับเชื่อฟังภักดีโดยสิ้นเชิง เพราะแท้จริงกลิ่นปากของผู้ที่ถือศีลอดและโลหิตของผู้ที่เสียชีวิตในหนทางของพระองค์ (ชะฮีด) นั้น ณ ที่อัลลอฮฺแล้ว มันมีกลิ่นหอมหวนเสียยิ่งกว่าชะมดเชียงเสียอีก
التبرج نفاق
การโอ้อวดรูปโฉมความงามนั้นเป็นลักษณะของผู้บิดพริ้วกลับกลอก
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า “สตรีที่ดีที่สุดในหมู่พวกท่าน คือสตรีที่มีความน่ารัก ให้กำเนิดลูกมาก เป็นผู้เชื่อฟัง เป็นผู้ให้ความช่วยเหลือ และพวกนางมีความยำเกรงต่ออัลลอฮฺ และสตรีที่เลวที่สุดในหมู่พวกท่านคือ สตรีที่ประดับเครื่องแต่งกายอย่างประเจิดประเจ้อแล้วเย่อหยิ่งจองหอง และพวกนางคือผู้หลอกลวง ผู้เสแสร้ง พวกนางจะไม่ได้เข้าสวนสวรรค์สักคนเดียว นอกจากเสมือนกับอีกาที่ปีกของมันมีสีขาวปะปนอยู่บ้าง”
التبرج تهتك وفضيحة
การโอ้อวดรูปโฉมความงามเป็นการประจานความน่าละอาย
ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า “สตรีคนใดก็ตามที่ไม่ปกปิดเรือนร่าง (เปลื้องเสื้อผ้า) ของนางในสถานที่ที่มิใช่บ้านของสามีของนาง แน่นอนนางได้เปิดเผยสิ่งปิดกั้นระหว่างนางกับอัลลอฮฺ อัซซะวะญั้ล”
التبرج فاحشة
การเผยโฉมความงามของสตรีคือการอนาจาร
สตรีนั้นคือเอาเราะฮฺ และการเผยโฉมความงามมันนั้นเป็นสิ่งชั่วช้าน่ารังเกียจ อัลลอฮฺตะอาลา ได้ทรงตรัสไว้ว่า
ความว่า “และเมื่อพวกเขากระทำสิ่งชั่วช้าน่ารังเกียจ พวกเขาก็กล่าวว่า พวกเราได้พบเห็นบรรดาบรรพบุรุษของพวกเราเคยกระทำมา และอัลลอฮฺก็ทรงใช้พวกเราให้กระทำมันด้วย จงกล่าวเถิดมุฮำหมัดว่า แท้จริงอัลลอฮฺนั้น ไม่ทรงใช้ให้กระทำสิ่งชั่วช้าน่ารังเกียจดอก พวกท่านจะกล่าวให้ร้ายแก่อัลลอฮฺในสิ่งที่พวกเจ้าไม่รู้กระนั้นหรือ ?” (อัลอะอฺร้อฟ : 28)
และชัยฏอนนั้นคือผู้บงการชักนำให้กระทำสิ่งชั่วช้าสามานย์ ดังที่พระองค์ตรัสไว้ว่า
ความว่า “ชัยฏอนนั้นจะขู่พวกเจ้าให้กลัวความยากจน และจะใช้พวกเจ้าให้กระทำชั่ว” (อัลบะก่อเราะฮฺ : 268)
อันสตรีที่ชอบโอ้อวดเนื้อหนังมังสา คือเชื้อโรคร้ายที่อันตราย ซึ่งแพร่กระจายเรื่องบัดสีในสังคมมุสลิม ดังที่อัลลอฮฺได้ตรัสไว้ว่า
ความว่า “แท้จริงบรรดาผู้ชอบที่จะให้เรื่องบัดสีแพร่หลายในหมู่ผู้ศรัทธานั้น พวกเขาจะได้รับการลงโทษอย่างเจ็บปวดทั้งโลกนี้และโลกหน้า และอัลลอฮฺทรงรอบรู้ แต่พวกเจ้านั้นไม่รู้” (อันนูร : 19)
التبرج سنةإبليسية
การเผยรูปโฉมสตรีคือแนวทางของอิบลีส
เรื่องราวของนบีอาดัมและพระนางฮาวาอฺกับมารร้ายอิบลีส ทำให้เราประจักษ์ชัดได้ว่า ศัตรูของอัลลอฮฺ (อิบลีส) นั้น มีความพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะแพร่กระจายความชั่วร้าย ซึ่งนโยบายการสร้างความเสื่อมเสียและการโอ้อวดความงามคือเป้าหมายหลักของมัน ดังที่อัลลอฮฺ อัซซะวะญั้ล ได้ตรัสเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ว่า
ความว่า “ลูกหลานอาดัมเอ๋ย จงอย่าให้ชัยฏอนมาหลอกลวงพวกเจ้า เช่นเดียวกับที่มันได้ให้พ่อแม่ของพวกเจ้าออกจากสวรรค์มาแล้ว โดยที่มันได้ถอดเครื่องนุ่มห่มของเขาทั้งสองออกเพื่อที่จะให้เขาทั้งสองเห็นสิ่งที่น่าละอายของเขาทั้งสอง” (อัลอะอฺรอฟ : 27)
ความข้างต้นเห็นได้ว่าอิบลีสคือผู้ก่อตั้งนโยบายที่สวนทางกับการคลุมฮิญาบ และเป็นตัวบงการใหญ่ของขบวนการที่เรียกว่า “การปลดแอกสตรีเพศ” ออกจากกรอบของอิสลาม และมันยังเป็นผู้นำของผู้ที่ตั้งตัวเป็นปฏิปักษ์ต่ออัลลอฮฺ โดยเฉพาะบรรดาผู้ที่ชอบโอ้อวดความงามที่คอยรบกวนจิตใจของบรรดามุสลิม และสร้างความปั่นป่วนให้กับจิตใจของบรรดาเยาวชน ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า “ไม่มีฟิตนะฮฺใดที่ฉันทิ้งไว้เบื้องหลังฉันจะร้ายแรงและอันตรายต่อบรรดาบุรุษเพศมากไปกว่าสตรีเพศ”
التبرج طريقة يهودية
การโอ้อวดเรือนร่างนั้นเป็นวิถีปฏิบัติของพวกยิว
พวกยิวนั้นมีความพยายามอย่างยิ่งเพื่ออุดมการณ์ทำลายล้ายประชาชาติต่าง ๆ โดยอาศัยสตรีเพศเป็นอาวุธ ซึ่งแน่นอนเหลือเกินการสนับสนุนการแต่งกายแบบวับ ๆ แวม ๆ เป็นอาวุธร้ายที่สำคัญของพวกยิวที่กำลังเดินหน้าและแพร่สะพัดอยู่ในขณะนี้ ซึ่งบุคลากรของยิวนั้น ต่างก็มีความชำนาญและจัดเจนเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นอย่างดี ถึงขนาดที่ ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวไว้ว่า “พึงระวังดุนยาและบรรดาสตรีเพศให้ดี เพราะว่าความสับสนวุ่นวายและความปั่นป่วน (ฟิตนะฮฺ) อันดับหนึ่งของชาวบนีอิสรออีลนั้นคือบรรดาสตรีเพศ”
ถึงแม้ว่าท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม จะเตือนและห้ามไม่ให้มีพฤติกรรมลอกเลียนแบบบรรดาผู้ปฏิเสธ (กุฟฟาร) และดำเนินตามแนวทางของพวกเขาก็ตาม โดยเฉพาะเรื่องราวของสตรี แต่ทว่าบรรดามุสลิมส่วนใหญ่ก็ชอบที่จะฝ่าฝืนดื้อดึง และมันก็เป็นไปตามสัจธรรมคำพูดของท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ที่ว่า “และแน่นอนท่านทั้งหลายจะดำเนินตามแนวทางของชนรุ่นก่อน ๆ ทุกฝีก้าว แม้กระทั่งพวกเขาเข้าไปในรูแย้ พวกเจ้าก็จะทำตาม มีผู้กล่าวว่า พวกยะฮูดีและพวกนัศรอนีหรือ ? ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ตอบว่า ถ้าไม่ใช่พวกเขาแล้วจะเป็นใครหรือ ?”
บรรดาสตรีที่ก้มหัวให้กับพวกยิวและคริสเตรียน แต่ดื้อดึงต่ออัลลอฮฺและร่อซูลของพระองค์ต่างคล้ายคลึงกับบรรดายิวที่ถูกโกรธกริ้วเสียนี่กระไร ! ซึ่งพวกเขาได้โต้ตอบพระบัญชาใช้ของอัลลอฮฺว่า “พวกเราได้ยินแล้ว และพวกเราก็เชื่อฟังปฏิบัติตาม”
อัลลอฮฺตะอาลาได้ตรัสไว้ว่า
ความว่า “และผู้ใดฝ่าฝืนร่อซูลหลังจากที่คำแนะนำอันถูกต้องได้ประจักษ์แก่เขาแล้ว และเขายังปฏิบัติตามที่ไม่ใช่ทางของบรรดาผู้ศรัทธานั้น เราจะให้เขาหันไปตามที่เขาได้หันไป และเราจะให้เขาเข้านรกญะฮันนัม และมันเป็นที่กลับอันชั่วร้าย” (อันนิซาอฺ : 115)
แปลโดย มุสตอฟา ยีมะเฟือง

- อ่าน 1411 ครั้ง
- แสดงความคิดเห็น
เว็บบอร์ด-กุรอาน-เพื่อนบ้าน
- trees made the wind vocational high school internships outstanding results
- for storage director
- เราคือสตรีแห่งทางนำ รุ่น 5 (1-29ก.พ.2555/รับสมัครน้องค่าย)
- สื่อเพื่อญิฮาด-white channel (26 ก.พ.2555/ศูนย์กลางอิสลาม)
- รู้สึกผิดมากค่ะ ขอคำแนะนำในการเตาบัตตัวด้วยค่ะ
- ประกวดภาพโปสเตอร์ "รณรงค์ให้คลุมหิญาบ" (หมดเขต 15 ม.ค. 2555)
- เพราะเธอคือน้องสาวของเรา 2 (15 ม.ค.2555/คู้ขวา มีนบุรี)
- หิญาบที่หนูต้องแลกด้วยน้ำตา
- ปิดหน้าแล้ว วางระเบิดได้ง่าย !!!
- สัมภาษณ์พี่น้องมุสลิมะฮฺ-ข้อคิดดีๆ เมื่อน้ำท่วม(บางใหญ่) (เสียง/30-11-2554)
- สามีในอุดมคติ
- สัมภาษณ์มุสลิมะฮฺ-ข้อคิดดีๆ เมื่อถูกน้ำท่วมบ้าน (09-11-2554/เสียง)
- อย่าโทษแต่ผู้ชายเค้าอย่างเดียว
|
ค้นหาอัลกุรอานพร้อมความหมาย
|
|
|


“วีดีโอเล่าถึงเรื่องราวของการกระทำ...
วิกฤติโลกระหว่างทำงานกับทำใจ...
กลุ่มบะนาตุลฯ พูดคุยประเด็นเกี่ยวกับมุสลิมะฮฺ...
2 weeks 1 วัน ก่อน
3 weeks 2 days ก่อน
3 weeks 3 days ก่อน
3 weeks 3 days ก่อน
3 weeks 4 days ก่อน
5 weeks 12 hours ก่อน
6 weeks 4 days ก่อน
9 weeks 6 days ก่อน
14 weeks 6 days ก่อน
15 weeks 4 days ก่อน