อุมมุลมะซากีนและสตรีที่มือยาว (จบ)
ในบรรดามารดาแห่งศรัทธาชนผู้บริสุทธิ์นั้น นอกจากท่านหญิงซับนับ บินติ คุซัยมะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุ อันฮา ผู้มีคุณธรรมอันสูงส่งในด้านการบริจาคมากจนได้รับฉายาว่า “อุมมุลมะซากีน” แล้ว ในเดือนซุลเกาะดะฮ์ ปีฮิจเราะฮที่ 5 หลังสงครามสนามเพลาะ (คอนดัก) ครอบครัวท่านนบี ศอลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม ก็ได้รับเกียรติจากอัลลอฮ์ ซุบฮานะฮู วะ ตะอาลา ให้มีสมาชิกใหม่ผู้มีคุณธรรมและจิตวิญญาณอันสูงส่งด้านการเป็นผู้ที่มีใจบุญ ใจกุศล เช่นเดียวกับ ท่านหญิงซับนับ บินติ คุซัยมะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุ อันฮา ผู้จากไป นางคือ “ซับนับ บินติ ญะฮ์ชิน”
ก่อนจะมาเป็นมารดาแห่งศรัทธาชน
“ซัยนับ บินติ ญะฮ์ชิน” เป็นบุตรีของอุมัยมะฮฺ บินติ อับดุลมุฏฏอลิบ ป้าของท่านนบี ศอลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม ซึ่งมีรายงานจากท่านอิบนุอับบาสที่กล่าวถึงนางก่อนที่จะมาเป็นมารดาแห่งศรัทธาชนผู้บริสุทธิ์ว่า ท่านรสูล ศอลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม ได้หมั้น ซับนับ บินติ ญะฮ์ชิน ให้แก่บุตรบุญธรรมของท่านคือ เซด อิบนุ ฮาริษะฮ์ ซับนับได้ดูหมิ่น รังเกียจ และปฏิเสธที่จะรับหมั้นเขา อัลลอฮ์ ซุบฮานะฮู วะ ตะอาลา จึงได้ประทานอัลกุรอานลงมาว่า
“ไม่บังควรแก่ผู้ศรัทธาชายและผู้ศรัทธาหญิง เมื่ออัลลอฮ์และรอซูลของพระองค์ได้กำหนดกิจการใดแล้ว (คือเมื่ออัลลอฮ์และรอซุลของพระองค์ใช้ให้กระทำสิ่งหนึ่งสิ่งใด) สำหรับพวกเขาไม่มีทางเลือกในเรื่องของพวกเขา (คือมีความคิดเห็น หรือเลือกกระทำแต่พวกเขาจะต้องยอมจำนนโดยดุษฎี) และผู้ใดไม่เชื่อฟังอัลลอฮ์และรอซูลของพระองค์แล้ว แน่นอนเขาได้หลงผิดอย่างชัดแจ้ง”
(อัลอะหซาบ อายะฮ์ที่ 36)
หลังจากที่อายะฮ์นี้ได้ถูกประทานลงมาแล้ว ซับนับได้ยอมรับหมั้นและแต่งงานกับเซด ด้วยความยำเกรงต่ออัลลอฮ์ ซุบฮานะฮู วะ ตะอาลา ที่มีเต็มเปี่ยมอยู่ในหัวใจ นางจึงเป็นสตรีผู้เป็นแบบอย่างอันดีเลิศของการเป็นผู้ศรัทธาที่ยอมจำนนต่อคำสั่งของอัลลอฮ์ ซุบฮานะฮู วะ ตะอาลา และรอซูลของพระองค์โดยไม่มีข้อโต้แย้งใด ๆ
ชีวิตสมรสของซับนับกับเซดไม่มีความสุขนัก เนื่องจากนางเห็นว่าตัวเองมีเกียรติสูงกว่าเซด ทั้งคู่จึงไม่ลงรอยกัน อัลลอฮ์ ซุบฮานะฮู วะ ตะอาลา ได้ชมเชยความยำเกรงของนาง และทรงพึงพอพระทัยในตัวนาง ที่นางเป็นผู้ปฏิบัติตามคำสั่งของอัลลอฮ์ ซุบฮานะฮู วะ ตะอาลา และรอซูลด้วยความอดทน พระองค์จึงได้ทรงประทานรางวัลแก่นางโดยบัญชาให้ท่านนบี ศอลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม ได้สมรส
กับนาง หลังจากที่เซดได้หย่านางแล้ว ซึ่งอัลลอฮ์ ซุบฮานะฮู วะ ตะอาลา ได้ประทานอัลกุรอานลงมาบอกแก่ท่านนบี ศอลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม ว่า
“…ครั้นเมื่อเซดได้หย่านางแล้ว เราได้ให้เจ้าแต่งงานกับนางเพื่อที่จะไม่เป็นที่ลำบากใจแก่บรรดาชายผู้ศรัทธา ในเรื่องการแต่งงานกับภรรยาของบุตรบุญธรรมของพวกเขา เมื่อพวกเขาหย่านางแล้ว และพระบัญชาของอัลลอฮ์นั้นจะต้องบรรลุผลเสมอ”
(อัลอะหซาบ อายะฮ์ที่ 37)
การได้สมรสกับท่านนบี ศอลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม นั้น นับเป็นเกียรติอันยิ่งใหญ่ที่อัลลอฮ์ ซุบฮานะฮู วะ ตะอาลา ทรงประทานแก่ท่านหญิงซัยนับ บินติ ญะฮ์ชิน และเป็นความประสงค์ของพระองค์ ที่จะให้การสมรสของท่านนบี ศอลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม ได้ลบล้างประเพณีความเชื่อผิด ๆ ที่มาจากยุคญาฮีลิยะฮ์ ที่ห้ามสมรสกับอดีตภรรยาของบุตรบุญธรรม ซึ่งบรรดาผู้กลับกลอกพยายามที่จะให้ร้ายท่านนบี ศอลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม ว่า “มูฮำหมัดสมรสกับภรรยาของบุตรตัวเอง”
อายะฮ์เกี่ยวกับฮิญาบได้ถูกประทานลงมา
ท่านนบี ศอลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม ได้เลี้ยงฉลองการสมรสของท่านกับท่านหญิงซัยนับ บินติ ญะฮ์ชิน เราะฎิยัลลอฮุ อันฮา มากกว่าการสมรสครั้งใด ๆ โดยท่านอนัส อิบนุ มาลิก เราะฎิยัลลอฮุ อันฮู ซึ่งเป็นผู้คอยรับใช้ ท่านนบี ศอลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม อย่างใกล้ชิด ได้เล่าไว้ในรายงาน
ฮะดีษของท่านอีมามอัล-บุคอรี ว่า
“ท่านนบี ศอลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม ไม่ได้จัดฉลองแต่งงานกับภรรยาของท่านคนใดมากไปกว่าซัยนับ โดยท่านฉลองด้วยการเชือดแพะหนึ่งตัว”
และท่านอนัส ยังได้เล่าว่า
“ฉันเองรู้ดียิ่งกว่าใคร ๆ ในเรื่องของการคลุมหน้า (ฮิญาบ)ของผู้หญิง นอกจากอุบัย อิบนุ กะฮฺบ ซึ่งเคยถามฉันเกี่ยวกับเรื่องนี้ ครั้งที่ท่านรอซูล ศอลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม เป็นเจ้าบ่าวของซับนับ บุตรสาวของ ญะฮ์ชิน ซึ่งท่านนบี ศอลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม ได้แต่งงานกับเธอที่มะดีนะฮ์ และท่านก็ได้เชิญคนมาร่วมรับประทานอาหารในเวลาที่ดวงอาทิตย์ขึ้นสูงแล้ว (เวลาสาย) ขณะที่ท่านรอซูล ศอลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม นั่งอยู่ และมีคนอีกหลายคนมานั่งร่วมกับท่านด้วยนั้น คนอีกหลายคนได้ลุกขึ้นกลับไปแล้ว (หลังจากรับประทานอาหารอิ่มแล้วมีเหลืออยู่อีก) จนกระทั่งท่านรอซูล ศอลลัลลอลอะลัยฮิวะ ซัลลัม ต้องลุกขึ้นแล้วเดินออกไป ฉันเองก็เดินออกไปพร้อมกับท่านรอซูล
![]()
ศอลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม จนไปถึงประตูห้องของอาอิชะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุ อันฮา ต่อจากนั้น ท่านรอซูล ศอลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม คงคาดว่า พวกเขา (ที่นั่งร่วมอยู่กับท่าน) คงพากัน
ออกไปหมดแล้ว ท่านรอซูล ศอลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม จึงกลับมา ฉันเองก็กลับมาพร้อมกับท่าน แต่ปรากฎว่าพวกเขายังคงนั่งอยู่ในที่เดิม ท่านรอซูล ศอลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม จึงกลับออกไปใหม่ ฉันเองก็กลับไปพร้อมกับท่านรอซูล ศอลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม ด้วย เป็นครั้งที่ 2 จนไปถึงประตูห้องของอาอิชะฮ์อีก แล้วท่านรอซูล ศอลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม ก็กลับมายังที่เดิมอีก ฉันเองก็กลับมาพร้อมกับท่านอีก เมื่อพวกเขา(ที่นั่งอยู่เดิม) ลุกขึ้น ท่านรอซูล ศอลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม ก็ปิดม่านกั้นระหว่างฉันและท่านรอซูลศอลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมและอายะห์เกี่ยวกับฮิญาบได้ถูกประทานลงมา”
โดยอัลลอฮ์ ซุบฮานะฮู วะ ตะอาลา ทรงตรัสว่า
“โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย ! พวกเจ้าอย่าได้เข้าไปในบ้านทั้งหลายของท่านนบี ศอลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม เว้นแต่จะเป็นที่อนุมัติแก่พวกเจ้า เพื่อรับประทานอาหารโดยมิต้องคอยการปรุงอาหารให้สุกเสียก่อน แต่เมื่อพวกเจ้าได้รับเชิญก็จงเข้าไป ครั้นเมื่อพวกเจ้ารับประทานเสร็จแล้ว ก็จงแยกย้ายกันออกไป และอย่าเป็นผู้ชอบวิสาสะในการสนทนา แท้จริงในการนั้น ย่อมทำความรำคาญให้แก่ท่านนบี ซึ่งท่านกระดากอายพวกเจ้า แต่อัลลอฮ์ไม่ทรงกระดากอายต่อความจริง และเมื่อพวกเจ้าขอสิ่งใดจากพวกนาง ก็จงขอพวกนางจากหลังม่าน เช่นนั้นแหละเป็นการบริสุทธิ์อย่างยิ่ง แก่จิตใจของพวกเจ้าและจิตใจของพวกนาง และไม่เป็นการบังควรแก่พวกเจ้าที่จะก่อความรำคาญให้แก่รอซูลของอัลลอฮ์ และพวกเจ้าจะต้องไม่แต่งงานกับบรรดาภริยาของท่านหลังจากท่าน (ได้สิ้นชีพไปแล้ว) เป็นอันขาด แท้จริงในการนั้น ณ ที่อัลลอฮ์เป็นเรื่องที่ใหญ่หลวงนัก”
(อัลอะหซาบ อายะฮ์ที่ 53)
นี่เป็นอายะฮ์ที่ถูกเรียกว่า “อายะฮ์แห่งม่าน” ซึ่งก่อนที่อายะฮ์นี้จะถูกประทานลงมานั้น ท่านอุมัร เราะฎิยัลลอฮุ อันฮุ ได้แนะนำท่านนบี ศอลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม หลายครั้งให้มารดาแห่งศรัทธาชนได้ปกปิดเรือนร่าง แต่เนื่องจากท่านนบี ศอลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม ไม่สามารถที่จะออกกฎหมายด้วยตัวของท่านเองตามลำพัง ท่านก็คอยวะฮีย์จากอัลลอฮฺ ดังที่ท่านอิมามบุคอรีได้รายงานหะดีษไว้ว่า ท่านอุมัร เราะฎิยัลลอฮุ อันฮุ ได้กล่าวแก่ท่านนบี ศอลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม ว่า
“โอ้ท่านรอซูลุลเลาะฮ์ มีได้ทั้งคนดีและคนชั่วที่เขามาหาท่าน ดังนั้นจึงหวังว่าท่านจะใช้ให้มารดาของผู้ศรัทธาทั้งหลายได้ปกปิดมิดชิด ต่อมาอัลลอฮ์ ซุบฮานะฮู วะ ตะอาลา ได้ประทานอายะฮ์อัลหิญาบลงมา”
อายะฮ์นี้เป็นกฎระเบียบที่อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮู วะตะอาลา ทรงประทานลงมาเพื่อปฏิรูปสังคม โดยกำหนดมิให้ผู้ชายคนอื่นไปเยี่ยมบ้านของมารดาแห่งศรัทธาชน ยกเว้นญาติที่ใกล้ชิดหรือ”มะฮฺรอม” (ผู้ชายที่ถูกห้ามแต่งงานด้วย) ตามที่ปรากฎในอายะฮ์ที่ 55 และผู้ใดก็ตามที่ต้องขอสิ่งใดจากผู้หญิงในบ้านของท่านรสูลก็จะต้องขอจากหลังม่าน นอกจากนี้ยังได้มีคำสั่งเกี่ยวกับมารยาทอิสลามในการเยี่ยมเยียนและการเชิญชวนด้วย
นับแต่วันนั้น ท่านนบี ศอลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม ได้มีคำสั่งให้บรรดาภรรยาของท่าน ซึ่งล้วนเป็นมารดาแห่งศรัทธาชนปกปิด (ฮิญาบ) และได้มีการนำม่านมาแขวนไว้ที่ประตูห้องพักของภรรยาท่านนบี ศอลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม โดยบ้านของท่านได้เป็นแบบอย่างสำหรับมุสลิมในการปฏิบัติและมุสลิมทุกคนได้แขวนม่านไว้ที่ประตูบ้านของตน บทบัญญัตินี้เป็นคำสั่งของอัลลอฮ์ที่ไม่อนุญาตให้ผู้ชายและผู้หญิงอยู่ร่วมปะปนกันได้อย่างอิสระเสรีเพราะไม่อาจทำให้หัวใจบริสุทธิ์ผ่องแผ้วได้
ในอัลกุรอานและรายงานที่เชื่อถือได้หลายรายงานกล่าวว่าคำสั่งเริ่มแรกเกี่ยวกับบทบัญญัติให้ใช้ฮิญาบ (คลุมหน้า) ถูกประทานลงมาในซูเราะฮ์อัลอะหฺซาบในคราวการแต่งงานของท่านนบี
ศอลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม กับ ท่านหญิงซับนับ บินติ ญะฮ์ชิน แล้วต่อมาถูกทำให้สมบูรณ์ด้วยบทบัญญัติต่าง ๆ ในซูเราะฮ์อันนูร ซึ่งถูกประทานลงมาในช่วงหลังของปีฮิจย์เราะฮ์ที่ 6 หลังซูเราะฮ์อัลอะหฺซาบหลายเดือน
ท่านหญิงซับนับ บินติ ญะฮ์ชิน จึงเป็นภรรยาที่เปรียบดังดวงประทีปและความอบอุ่นของท่านนบี ศอลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม ตลอดจนบรรดาผู้ศรัทธาทั้งมวล เพราะนอกจากอัลลอฮ์ ซุบฮานะฮู วะ ตะอาลา จะทรงให้เกียรตินางด้วยการมีบัญชาให้ ท่านนบี ศอลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม ได้สมรสกับนางแล้ว พระองค์ยังได้ทรงประทานอายะฮ์อัลกุรอานที่สำคัญเพื่ออบรมจริยธรรมแก่บรรดาผู้ศรัทธาอันเนื่องมาจากเหตุการณ์การฉลองสมรสของนางด้วย
ผู้ที่มือยาวที่สุดในหมู่มารดาแห่งศรัทธาชน
ท่านหญิงซับนับ บินติ ญะฮ์ชิน เราะฎิยัลลอฮุ อันฮา เป็นผู้มีมารยาทที่งดงาม มีความซื่อสัตย์และรักความจริงเป็นอย่างยิ่ง นางถือศีลอดและนมาซอย่างเคร่งครัด และยังเป็นมารดาแห่งศรัทธาชนอีกท่านหนึ่งที่มีจิตใจใฝ่หาความรู้ โดยได้รายงานฮะดีษเพื่อเป็นมรดกคำสอนอิสลามจากท่านนบี ศอลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม แก่บรรดาผู้ศรัทธา จำนวน 11 ฮะดีษ นางใช้เวลาตลอดชีวิตในการอุทิศตนต่ออัลลอฮ์ ซุบฮานะฮู วะ ตะอาลา อย่างที่สุด และเป็นผู้ที่มีใจบุญ ใจกุศล บริจาคทานให้แก่คนยากจน
คนอนาถาอยู่เสมอ
ท่านหญิงอาอิชะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุ อันฮา ได้กล่าวว่า
“ท่านรอซูล ศอลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม ได้กล่าวว่า “ผู้ที่จะติดตามฉันไปอย่างกระชั้นชิดจากพวกเธอนั้น คือคนที่มือยาวที่สุดในหมู่พวกเธอ อาอิชะฮ์ได้กล่าวว่า พวกเธอเหล่านั้น
ต่างก็วิพากษ์วิจารณ์กันว่า พวกเธอคนใดที่มือยาวที่สุด และได้ปรากฎว่าคนที่มือยาวที่สุดของพวกเธอคือซัยนับ เพราะเธอทำงานด้วยมือของเธอเองและได้บริจาคทาน”
(รายงานโดยบุคอรีและมุสลิม)
หลังจากที่ท่านนบี ศอลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม ได้เสียชีวิตแล้ว ปรากฎว่าผู้ที่เสียชีวิตติดตามท่านไปก่อนภรรยาคนอื่น ๆ ก็คือ ท่านหญิงซับนับ บินติ ญะฮ์ชิน เราะฎิยัลลอฮุ อันฮา คำว่า “มือยาว” ในความหมายของท่านนบี ศอลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม จึงหมายถึงการบริจาคทานมากนั่นเอง เพราะท่านหญิงซับนับ บินติ ญะฮ์ชิน เราะฎิยัลลอฮุ อันฮา เป็นผู้ที่ชอบบริจาคทาน
เรื่องราวอันทรงเกียรติของมารดาแห่งศรัทธาชนผู้บริสุทธิ์ทั้งสองท่านนี้ นับเป็นความอ่อนโยนและตระหนักยิ่งของอัลลอฮ์ ซุบฮานะฮู วะ ตะอาลา ที่ทรงเลือกสรรบรรดาสตรีผู้มีความยำเกรงและมีคุณธรรมอันสูงส่งในด้านต่าง ๆ มาเป็นภรรยาของผู้นำแห่งประชาชาติอิสลาม เพื่อเป็นแบบอย่างอันงดงามแก่บรรดาสตรีผู้ศรัทธา
แม้ท่านหญิงซัยนับ บินติ คุซัยมะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุ อันฮา และ ท่านหญิงซับนับ บินติ ญะฮ์ชิน เราะฎิยัลลอฮุ อันฮา จะได้รับเกียรติจากอัลลอฮ์ ซุบฮานะฮู วะ ตะอาลา ให้สมรสกับท่านนบี ศอลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม ในเวลาที่ต่างกัน แต่ท่านทั้งสองก็มีคุณธรรมอันโดดเด่นที่ไม่แตกต่างกันในการเป็นผู้ที่มีจิตวิญญาณอันสูงส่งยอมสละสิ่งอันเป็นที่รัก เพื่อบรรลุถึงคุณธรรมและความยำเกรง ดังที่อัลลอฮ์ ซุบฮานะฮู วะ ตะอาลา ได้ทรงตรัสว่า
“พวกเจ้าจะไม่ได้คุณธรรมเลย จนกว่าพวกเจ้าจะบริจาคจากสิ่งที่พวกเจ้าชอบ และสิ่งใดที่พวกเจ้าบริจาคออกไป แท้จริงอัลลอฮ์ทรงรู้ในสิ่งนั้นดี”
(อาละอิมรอน อายะฮ์ที่ 92)
--------------------------------
เรียบเรียงโดย อุมมุ อามีเราะฮ์
- อ่าน 489 ครั้ง
- แสดงความคิดเห็น
เว็บบอร์ด-กุรอาน-เพื่อนบ้าน
- กับวันอีดที่กำลังจะมาถึง..เราเตรียมตัวกันอย่างไร
- ลัยละตุ้ลก๊อดรฺ
- ทำอย่างไรให้กิยามุลลัยลฺมีรสชาติ? (เอกสารดาวน์โหลด)
- ฟัง "วันโลกแตก" (18ก.ย.2553/บ้านเพียรมานะ ซอยมิสทีน)
- สอนเบเกอรี่ครั้งที่ 3 (19ก.ย.2553/ซ.รามคำแหง118)
- เรากำลังละหมาด แบบไก่จิกข้าว อยู่หรือเปล่า!!
- คงยังไม่สาย หากคิดจะเปลี่ยน
- เสวนาวิชาการและละศีลอด (28ส.ค.2553/ม.สงขลานครินทร์ หาดใหญ่)
- รอมาฎอน เดือนแห่งข้าวแกง
- อบรมพี่เลี้ยงเพื่อค่ายลองใช้วิถีชีวิตแบบอิสลาม (ธ.ค.2553)
- อะไรคือหุกุ่มของการละหมาดตะรอวีหฺสำหรับสตรี ?
- บริจาคกัน!หรือยัง ?
- ชี้แจง คุณค่าของการละหมาดตะฮัจญุด
|
ค้นหาอัลกุรอานพร้อมความหมาย
|
|
|


“คือ การแสดงออกถึงความเคารพต่ออัลลอฮฺที่บรรดาอับดฺล(บ่าว)กระทำเพื่อให้ได้...
-คล้ายกับว่ารอมฎอนจะเป็นช่วงเวลาแห่งการเตือนสติ ที่ทำให้เราได้กลับมาทบทวนตัว...
“รวมไฟล์เสียงรายการ "มุสลิมะฮฺคุย" เป็นรายการการพูดคุยของเพื่อแสดงความคิดเห็นในมุมมองของมุสลิมะฮฺและการ...


2 days 21 hours ก่อน
3 weeks 6 days ก่อน
4 weeks 3 days ก่อน
6 weeks 3 days ก่อน
6 weeks 3 days ก่อน
8 weeks 1 วัน ก่อน
8 weeks 1 วัน ก่อน
9 weeks 6 days ก่อน
10 weeks 1 วัน ก่อน
10 weeks 1 วัน ก่อน