หลักสูตรเชิงปฏิบัติการมุสลิมะฮฺ ภาค 2 มาแล้ว...
--
بسم الله الرحمن الر حيم
السلام عليكم ورحمة الله وبركا ته
สบายดีกันไหมคะ พี่น้องในอิสลามทุกท่าน
หลังจากการได้พบปะกัน(ในบางคน)และอีกหลายคนที่ยังไม่ได้เจอกัน
ในหลักสูตรเชิงปฏิบัติการมุสลิมะฮฺนักทำงานเพื่ออิสลาม
มีข่าวมาแจ้งเล็กน้อยและมีบทความดีๆ มาฝากค่ะ
กิจกรรมในภาค 2 ของเรานั้น จะจัดขึ้นวันที่ 24 ม.ค. 53 นี้ที่ โรงแรมรีเจ้นท์ รามคำแหง 22
ห้องอิสกานดา 9.00-15.30 น. ค่าใช้จ่าย 50.-/ท่าน ชำระ ณ โต๊ะลงทะเบียนค่ะ
สำรองที่นั่งเหมือนเดิมค่ะ 08-6101-9110 นะฟีซะฮฺเจ้าเดิมคะ
ใครไม่โทรมาจอง (แจ้งชื่อ สกุล เบอร์โทร ที่อยู่ไว้) อาจไม่มีที่นั่งนะ
เรื่องราวของภาค 2 (ถูกสลับกับภาค 3 ที่เคยแจ้งไว้ตอนโน้นเกี่ยวกับงานเขียนเนื่องด้วยความเหมาะสมค่ะ)
คราวนี้เป็นเรื่อง "เมื่อต้องเผชิญหน้ามุอัลลัฟ" งานนี้เฉพาะมุสลิมะฮฺเช่นเคย
@ เจาะลึกแนวทางดะวะฮฺแบบมุสลิมะฮฺ โดยผู้คร่ำหวอด
@ สาธิตพร้อมเวิร์กช็อปให้ลองทำ ไม่ต้องกลัวรู้แต่ปฏิบัติไม่เป็น
@ แนะเทคนิคการพูดในสถานการณ์ต่างๆ
@ ปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้น พร้อมแนวทางแก้
@ แลกเปลี่ยนประสบการณ์หลายรุ่น

ในงานมีร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึก สินค้ามุสลิมะฮฺ ขนมเบเกอรี่ด้วยค่ะ
ก่อนจากกันในจดหมายฉบับนี้ ขอส่งท้ายด้วย
บทความดี๊..ดีในความรักระหว่างกันที่เป็นไปเพื่ออัลลอฮฺค่ะ (อ่านฉบับเต็มได้จากไฟล์แนบ)
ฟีอมานิลลาฮฺ และ ขออัลลอฮฺทรงช่วยเราให้ยืนหยัดในดีนนี้จนวันสุดท้ายของชีวิตเรา
นะฟีซะฮฺ ~ บ้านมุสลิมะฮฺ
ปล. ๑) อ่านบทความแล้ว ลองถามตัวเองดูนะ
มีพี่น้องมุสลิมคนไหนบ้างที่เรารักเค้าเพื่ออัลลอฮฺ
แล้วก็อย่าลืมบอกรักเค้าด้วยนะ
(เฉพาะหญิง-หญิง, ชาย-ชายนะ ส่วน
หญิง-ชายก็บอกได้หากเป็นมะหฺรอมกัน)
๒) แนบข้อความจากโครงการหลักสูตร เผื่ออยากรู้ที่มาที่ไปค่ะ
:::::::::::::::::::::::::::::::::::::
สถานะของคนสองคนที่มีความรักต่อกันเพื่ออัลลอฮฺ
(อ่านเนื้อหาทั้งหมดจากไฟล์แนบ)
มีหลายฮะดีษที่บรรยายเกี่ยวกับสถานะของคนสองคนที่รักกันเพื่ออัลลอฮฺ ไม่ว่าเขาผู้นั้นจะเป็น “บุรุษ” หรือ “สตรี” ก็ตาม และในฮะดีษเหล่านั้น ได้บรรยายถึงตำแหน่งสูงสุดในสวนสวรรค์ที่อัลลอฮฺ ทรงเตรียมไว้ให้แก่พวกเขา และเกียรติอันยิ่งใหญ่ที่พระองค์จะทรงประทานแก่เขาในวันที่มวลมนุษย์ถูกทำให้ฟื้นขึ้นต่อหน้าพระพักตร์ของพระเจ้าแห่งสากลโลก
ถือเป็นเกียรติยิ่งสำหรับบรรดาผู้มีความรักต่อมนุษย์ด้วยกันเพื่ออัลลอฮฺ ซึ่งทั้ง “บรรดาบุรุษ” และ “บรรดาสตรี” ต่างทราบดีว่า พระเจ้าของเขาจะดูแลเขาในวันแห่งการตัดสินและพระองค์จะทรงตรัสว่า
“ผู้ที่มีความรักซึ่งกันและกันเพื่อความพึงพอใจของข้าอยู่ ณ ที่ใด? วันนี้ข้าจะให้การปกป้องพวกเขาด้วยร่มเงาของข้า ในวันที่ไม่มีซึ่งร่มเงาใด นอกจากร่มเงาของข้า” [1]
“เกียรติอันสูงส่งและรางวัลอันยิ่งใหญ่” จะถูกประทานแก่ผู้ที่มีความรักต่อกันด้วยความบริสุทธิ์ใจเพื่ออัลลอฮฺ ในวันแห่งความน่าสะพรึงกลัว (วันกิยามะฮฺ)
การมี “ความรัก” เพื่ออัลลอฮฺ โดยมิได้ “รัก” เพื่อสิ่งอื่นใดเลยในชีวิตบนโลกดุนยานี้ ถือเป็นเรื่องที่กระทำได้ยากนัก และไม่มีผู้ใดสามารถที่จะบรรลุเป้าหมายนี้ได้ นอกจากผู้ที่มีหัวใจอันบริสุทธิ์หรือผู้ที่เชื่อว่า “แท้จริงแล้ว โลกนี้ ความเพลิดเพลิน ความน่าพอใจทั้งหลาย ณ ดินแดนแห่งนี้นั้น เป็นความว่างเปล่าและไม่มีค่าใดๆ เลย เมื่อเปรียบกับความพอใจของอัลลอฮฺ” ไม่ใช่เรื่องแปลก หากอัลลอฮฺ จะทรงประทานแก่ผู้คนเหล่านี้ซึ่ง สถานะและการอำนวยพรอันประเสริฐ ที่พวกเขาควรได้รับเมื่อเปรียบกับการใช้ชีวิตของเขาบนโลกดุนยานี้ (เพื่อพระองค์) จากหลักฐานในฮะดีษของท่านมูอ๊าซ
ท่านศาสนทูต กล่าวว่า “อัลลอฮฺ ทรงตรัสว่า “บรรดาผู้ที่ให้ความรักต่อกันเพื่อความพอใจของข้า จะมี “มิมบัรฺ” (แท่นสำหรับการกล่าวบรรยายธรรม) แห่งแสงสว่าง และบรรดานบีและชะฮีด (ผู้เสียสละชีวิตในหนทางของอัลลอฮฺ) จะอวยพรแก่พวกเขาให้ได้รับเช่นเดียวกัน (กับที่บรรดานบีและชะฮีดได้รับ)”[2]
อัลลอฮฺ จะทรงประทานรางวัลอันยิ่งใหญ่กว่าสถานะและคำอำนวยพรต่างๆ แก่บรรดาผู้ที่ให้ความรักซึ่งกันและกันเพื่อความพอใจของพระองค์ ด้วย “ความรักอันล้ำค่าของพระองค์ซึ่งยากแก่การได้มา” โดยมีหลักฐานจากฮะดีษของท่านอบู ฮูร็อยเราะฮฺ
ท่านศาสนทูต กล่าวว่า “มีชายคนหนึ่งได้เดินทางไปเยี่ยมพี่น้องของเขา ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่ง อัลลอฮฺ ได้ส่งมลาอิกะฮฺให้ไปรอชายผู้นั้นตรงข้างทาง เมื่อชายผู้นั้นเดินผ่านมา มลาอิกะฮฺได้ถามเขาว่า “ท่านกำลังจะเดินทางไป ณ ที่ใดหรือ” เขาตอบว่า “ฉันกำลังจะไปเยี่ยมพี่ชายของฉัน เขาอาศัยในหมู่บ้านนี้” มลาอิกะฮฺถามต่อว่า “ท่านได้ให้ความช่วยเหลือใดๆ แก่เขา (เพื่อให้ได้มาซึ่งการตอบแทนจากเขา) หรือไม่?” เขาตอบว่า “ไม่ ฉันเพียงแค่รักเขาเพื่ออัลลอฮฺ” มลาอิกะฮฺจึงกล่าวว่า “ฉันเป็นผู้นำสาส์นจากอัลลอฮฺมายังท่าน พระองค์ได้ให้ฉันมาบอกแก่ท่านว่า พระองค์ทรงรักท่านดั่งที่ท่านรักพี่น้องของท่านเพื่อพระองค์”[3]
ช่างเป็นความรักที่ยิ่งใหญ่อะไรเช่นนี้ “ความรัก” ที่ทำให้บุคคลหนึ่งนั้นอยู่ในสถานะ ที่อัลลอฮฺ ทรงรักและพอใจในตัวเขา
ท่านนบีมูฮัมมัด นั้นมีความเข้าใจถึง “ความมั่นคงและอิทธิพลของความรักนี้” เป็นอย่างดี “ความรักอันบริสุทธิ์นั้นเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดการสร้างสังคมและชนชาติต่างๆ” ดังนั้นท่านจึงไม่เคยปล่อยให้โอกาสต่างๆ ผ่านพ้นไปโดยไม่ได้สนับสนุนให้เกิด “ความรัก” ต่อกัน รวมไปถึงการสั่งให้บรรดามุสลิมแสดงความรักต่อกัน (ด้วยวาจา) เพื่อเป็นการเปิดใจและมอบความรักและความบริสุทธิ์ในหมู่ประชาชาติมุสลิม (อุมมะฮฺ)
![]()
ท่านอนัส กล่าวว่า “ได้มีชายคนหนึ่งอยู่กับท่านนบีมูฮัมมัด และเมื่อชายอีกคนหนึ่งได้เดินผ่านมา ชายคนแรกได้กล่าวว่า “โอ้ ท่านศาสนทูตของอัลลอฮฺ แท้จริงแล้ว ฉันรักชายผู้นี้” ท่านนบีจึงถามเขาว่า “แล้วท่านเคยบอกให้เขาทราบหรือไม่?” เขาตอบว่า “ไม่เคย” ท่านนบีจึงกล่าวว่า “จงบอกแก่เขา” ดังนั้นชายผู้นั้นจึงตามชายอีกคนไปและบอกแก่เขาว่า “แท้จริงแล้วฉันนั้นรักท่านเพื่ออัลลอฮฺ” ชายอีกคนจึงกล่าวว่า “ขออัลลอฮฺ ทรงรักท่าน ผู้ซึ่งรักฉันเพื่อความพอใจของพระองค์”[4]
ท่านศาสนทูตมูฮัมมัด ก็เคยกระทำสิ่งเดียวกันนี้ ท่านได้สอนบรรดามุสลิมถึงวิธีการสร้างความสัมพันธ์อันมีพื้นฐานอยู่บน “ความรักอันบริสุทธิ์” และ “ความเป็นพี่น้องกัน”
วันหนึ่งท่านได้จูงมือมูอ๊าซไปและกล่าวว่า “โอ้ มูอ๊าซ ขอสาบานด้วยอัลลอฮฺ ฉันนั้นรักท่าน เพราะเหตุนี้ ฉันจึงตักเตือนท่าน โอ้..มูอ๊าซ จงอย่าลืมที่จะกล่าวหลังการละหมาดทุกๆ ครั้ง ของท่านว่า
اَللَّهُمَّ أَعِنِّيْ عَلَى ذِكْرِكَ وَشُكْرِكَ وَحُسْنِ عِبَادَتِكَ
(อ่านว่า อัลลอฮุมมะ อะอินนียฺ อะลาซิกริกะ วะชุกริกะ วะหุสนิอิบาดะติกะ)[5]
“โอ้อัลลอฮฺ โปรดทรงช่วยทำให้ฉันนั้นระลึกถึงพระองค์ ขอบคุณพระองค์และ
ทำการสักการะต่อพระองค์อย่างสมบูรณ์ด้วยเถิด”
ท่านมูอ๊าซได้เริ่มทำการเผยแพร่ความรักอันบริสุทธิ์นี้ในหมู่มุสลิมในดินแดนของมุสลิม โดยการบอกกล่าวแก่พวกเขาถึงสิ่งที่ท่านได้รับการถ่ายทอดจากนบีมูฮัมมัด เกี่ยวกับรางวัลอันยิ่งใหญ่ที่อัลลอฮฺ ได้ทรงเตรียมไว้แก่บรรดาผู้ที่มีความรักต่อกันเพื่อพระองค์ รวมไปถึงความรักของพระองค์ที่มีต่อพวกเขา
ในอัลมุวัฏฏออฺ, อิมาม มาลิกได้รายงานในศอเฮี้ยะฮฺ อิสนาด จากอบู อิดริส อัล-กอลานียฺ ผู้กล่าวว่า : “ฉันเข้าไปในมัสยิดแห่งดามัสกัส ฉันได้พบกับชายหนุ่มผู้มีรอยยิ้มสว่างสดใส และได้พบว่ามีผู้คนรายล้อมเขาที่นั่น เมื่อพวกเขามีความเห็นไม่พ้องกันในเรื่องหนึ่ง พวกเขาก็จะนำเรื่องดังกล่าวไปยังชายหนุ่มผู้นั้น และยอมรับความคิดเห็นของเขา ฉันจึงถามพวกเขาว่าชายหนุ่มคนนั้นเป็นใคร และพวกเขากล่าวแก่ฉันว่า “นี่คือ มูอ๊าซ อิบนุ ญะบัล ในตอนรุ่งเช้าของวันต่อมา ฉันก็ไปยังมัสยิดแห่งเดิมอีกและพบว่าชายหนุ่มผู้นั้นไปถึงก่อนฉัน ขณะนั้นเขากำลังละหมาด ฉันจึงรอจนกระทั่งเขาละหมาดเสร็จ และเข้าไปหาเขาข้างหน้า พร้อมทักทายโดยกล่าวว่า “ขอสาบานด้วยอัลลอฮฺ ฉันนั้นรักท่าน” เขาถามว่า “เพื่ออัลลอฮฺกระนั้นหรือ?” ฉันตอบเขาว่า “เพื่ออัลลอฮฺ” เขาย้ำคำถามเดิม “เพื่ออัลลอฮฺกระนั้นหรือ?” และฉันก็กล่าวว่า “เพื่ออัลลอฮฺ” ดังนั้นเขาจึงดึงคอเสื้อฉันและดึงตัวฉันให้ชิดเขาและกล่าวว่า “ฉันมีข่าวดีแก่ท่าน ฉันได้ยินท่านศาสนทูตมูฮัมมัด กล่าวว่า “อัลลอฮฺทรงตรัสว่า “ความรักของข้าจะถูกมอบให้แก่บรรดาผู้ที่มีความรักต่อกันเพื่อข้า ผู้ที่เยี่ยมเยียนกันเพื่อข้า ผู้ที่ใช้จ่ายแก่กันเพื่อข้า”[6]
[1] มุสลิม
[2] ติรมิซียฺ
[3] มุสลิม
[4] อบู ดาวูด
[5] ศอเฮี้ยะฮฺ อิสนาด : อะหฺมัด
[6] มาลิก : อัลมุวัฏฏออฺ, 2/953, กิตาบ อัช-ชิรฺ, บาบ มา ญา ฟีล-มุฏ็อบบะยัน ฟิ-อัลลอฮฺ
:::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::
1) ชื่อโครงการ หลักสูตรเชิงปฏิบัติการมุสลิมะฮฺนักทำงานเพื่ออิสลาม ครั้งที่ 1
2) ผู้รับผิดชอบโครงการ เวบไซต์บ้านมุสลิมะฮฺ ร่วมกับเว็บไซต์อันนิสาอฺและกลุ่มคิฏอบุ้ลอิสลาม (อิสลามทอล์ค)
3) หลักการและเหตุผล
มุสลิมะฮเป็นส่วนสำคัญของทุกสังคมไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ามุสลิมีน ภารกิจหน้าที่อันสำคัญของพวกเธอคือหน้าที่ในครอบครัว การดูแลสามีและลูกเพื่อหล่อหลอมฟูมฟักปลูกฝังสมาชิกให้เป็นผู้ศรัทธาที่เข้มแข็งในอนาคต ขณะเดียวกันยังมีมุสลิมะฮฺหลายคนที่ปรารถนาอยากทำงานเคลื่อนไหวเพื่ออิสลาม แต่ยังรู้สึกว่าตนไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ขาดความรู้ความสามารถ อีกทั้งยังไม่รู้ว่างานเพื่ออิสลามที่แท้จริงสำหรับมุสลิมะฮฺคืออะไร น้อยคนนักที่เข้าใจว่าการทำหน้าในบ้านเพื่อครอบครัวให้ดำรงอยู่ในวิถีอิสลามก็คืองานเพื่ออิสลามที่ทรงคุณค่าอย่างหนึ่งที่สำคัญอย่างขาดเสียไม่ได้ แต่เมื่อมองแยกประเด็นจึงมักทำให้เกิดความสับสนระหว่างการทำงานอิสลามและครอบครัว ซึ่งส่งผลให้การรับใช้อิสลามของมุสลิมะฮฺดูเป็นเรื่องยากเย็นยิ่งนัก
ผู้จัดโครงการเล็งเห็นจุดบกพร่องที่ยิ่งใหญ่นี้ จึงดำริว่าน่าจะมีโครงการที่เสมือนจุดเริ่มต้นในการรวมตัวของเหล่ามุสลิมะฮฺผู้สนใจในการทำงานเพื่ออิสลามทุกรุ่นทุกวัย เพื่อทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าการทำงานอิสลามคืออะไร และเรียนรู้ร่วมกันในงานแขนงอื่นๆ ที่มุสลิมะฮฺสามารถทำได้พร้อมดำรงไว้ซึ่งกรอบหลักการศาสนา นอกจากนี้ จะจัดให้ความรู้ศาสนาในบทบาทหน้าที่และการให้น้ำหนักในการปฏิบัติภารกิจในครอบครัวและงานต่อสังคมอีกด้วย
โครงการเล็กๆนี้ ผู้จัดมิอาจกล่าวได้ว่าสามารถผลิตบุคลากรมุสลิมะฮฺเพื่อทำงานอิสลามได้อย่างแน่นอน เพียงแต่หวังว่าผู้เข้าร่วมโครงการทุกท่านจะสามารถนำความรู้ที่ได้จากการสัมมนาครั้งนี้ไปต่อยอดความคิดและประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง อีกทั้ง ยังสามารถนำความรู้ที่ได้ไปเผยแพร่แก่พี่น้องผู้สนใจได้อีกทางหนึ่งด้วย เพราะแท้ที่จริงแล้ว การทำงานเพื่ออิสลามเป็นหน้าที่ของมุสลิมทุกคน ผู้เรียกขานตนเองว่าผู้ศรัทธาแห่งอัลลอฮฺอย่างเต็มภาคภูมิ
4) วัตถุประสงค์
๑. เพื่อให้ความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของมุสลิมะฮฺในครรลองอิสลาม
๒. เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องตลอดจนกระตุ้นให้ตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ของมุสลิมะฮฺที่มีต่อสังคม
๓. ปรับทัศนคติ มุมมองและสร้างความเข้าใจของมุสลิมะฮฺในทุกวัยเพื่อให้ตระหนักและเห็นความสำคัญของการทำงานเพื่ออิสลาม เพราะงานศาสนามิได้จำกัดแค่เพียงกลุ่มคนใดกลุ่มคนหนึ่งเท่านั้น
๔. เพื่อพัฒนาศักยภาพของมุสลิมะฮฺทุกวัย ให้ความรู้แขนงต่างๆ ในการทำงานเพื่ออิสลามอันเหมาะสมสอดคล้องกับความรู้ ความถนัดและบทบาทหน้าที่ที่แท้จริงของมุสลิมะฮฺ
5) ลักษณะการปฏิบัติงาน
- หลักสูตรเชิงปฏิบัติการ 4 ครั้ง ต่อเนื่อง 4 เดือน เดือนละ 1 ครั้ง ตลอดวัน เฉพาะมุสลิมะฮฺ
- อบรมให้ความรู้ด้านวิชาการศาสนา
- กิจกรรมเสริมสร้างทักษะฝึกปฏิบัติ
- แลกเปลี่ยนประสบการณ์
6) ระยะเวลาที่ปฏิบัติงาน (วันจัดงานอาจเปลี่ยนแปลง กรุณาสอบถามก่อนเข้าร่วม)
- ครั้งที่ 1 วันอาทิตย์ที่ 13 ธันวาคม 2552
- ครั้งที่ 2 วันอาทิตย์ที่ 24 มกราคม 2553
- ครั้งที่ 3 วันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2553
- ครั้งที่ 4 วันอาทิตย์ที่ 14 มีนาคม 2553
รวม 4 ครั้ง
7) สถานที่ปฏิบัติงาน ห้องอิสกานดา โรงแรมรีเจ้นท์ ซอยรามคำแหง 22
8) ค่าใช้จ่าย ค่าอาหารและของว่างท่านละ 50 บาทต่อครั้ง ตลอดวัน
*สำหรับท่านที่มาลงทะเบียนครบ 4 ครั้ง และอยู่ตลอดงาน จะได้รับเงินคืน 100.- ในวันปิดหลักสูตร เป็นส่วนลดค่าอาหาร*
9) จำนวนผู้ปฏิบัติงานและผู้เข้าร่วมโครงการ
๑. คณะทำงานมุสลิมะฮฺ จำนวน 10 คน
๒. นักศึกษามุสลิมะฮฺ จำนวน 50 คน (สำรองที่นั่ง)
๓. มุสลิมะฮฺผู้สนใจ จำนวน 20 คน (สำรองที่นั่ง)
10) ผลที่คาดว่าจะได้รับ
๑. ผู้เข้าร่วมโครงการมีความเข้าใจบทบาทหน้าที่และการดำเนินชีวิตมุสลิมะฮฺในครรลองอิสลาม
๒. ผู้เข้าร่วมโครงการมีความเข้าใจที่ถูกต้องและตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ของมุสลิมะฮฺที่มีต่อสังคม ก่อให้เกิดมุสลิมะฮฺทำงานรับใช้อิสลามมากยิ่งขึ้น
๓. ผู้เข้าร่วมโครงการได้มีทัศนคติ มุมมอง และความเข้าใจในการทำงานเพื่ออิสลามมากขึ้น
๔. ผู้เข้าร่วมโครงการได้รับความรู้หลายแขนงในการทำงานเพื่ออิสลามอันเหมาะสมสอดคล้องกับความรู้ ความถนัดและบทบาทหน้าที่ของตน
คณะผู้จัดโครงการ
| ไฟล์แนบ | ขนาด |
|---|---|
| muslimahsisterhoodinislam_feesabililla.pdf | 430.44 KB |
| poster_mmworker_sm.jpg | 355.98 KB |
- อ่าน 501 ครั้ง
- แสดงความคิดเห็น
เว็บบอร์ด-กุรอาน-เพื่อนบ้าน
- กับวันอีดที่กำลังจะมาถึง..เราเตรียมตัวกันอย่างไร
- ลัยละตุ้ลก๊อดรฺ
- ทำอย่างไรให้กิยามุลลัยลฺมีรสชาติ? (เอกสารดาวน์โหลด)
- ฟัง "วันโลกแตก" (18ก.ย.2553/บ้านเพียรมานะ ซอยมิสทีน)
- สอนเบเกอรี่ครั้งที่ 3 (19ก.ย.2553/ซ.รามคำแหง118)
- เรากำลังละหมาด แบบไก่จิกข้าว อยู่หรือเปล่า!!
- คงยังไม่สาย หากคิดจะเปลี่ยน
- เสวนาวิชาการและละศีลอด (28ส.ค.2553/ม.สงขลานครินทร์ หาดใหญ่)
- รอมาฎอน เดือนแห่งข้าวแกง
- อบรมพี่เลี้ยงเพื่อค่ายลองใช้วิถีชีวิตแบบอิสลาม (ธ.ค.2553)
- อะไรคือหุกุ่มของการละหมาดตะรอวีหฺสำหรับสตรี ?
- บริจาคกัน!หรือยัง ?
- ชี้แจง คุณค่าของการละหมาดตะฮัจญุด
|
ค้นหาอัลกุรอานพร้อมความหมาย
|
|
|


“คือ การแสดงออกถึงความเคารพต่ออัลลอฮฺที่บรรดาอับดฺล(บ่าว)กระทำเพื่อให้ได้...
-คล้ายกับว่ารอมฎอนจะเป็นช่วงเวลาแห่งการเตือนสติ ที่ทำให้เราได้กลับมาทบทวนตัว...
“รวมไฟล์เสียงรายการ "มุสลิมะฮฺคุย" เป็นรายการการพูดคุยของเพื่อแสดงความคิดเห็นในมุมมองของมุสลิมะฮฺและการ...


2 days 21 hours ก่อน
3 weeks 6 days ก่อน
4 weeks 3 days ก่อน
6 weeks 3 days ก่อน
6 weeks 3 days ก่อน
8 weeks 1 วัน ก่อน
8 weeks 1 วัน ก่อน
9 weeks 6 days ก่อน
10 weeks 1 วัน ก่อน
10 weeks 1 วัน ก่อน