สตรีในอิสลาม

เมื่อคุณคิดถึงสตรีมุสลิม คุณจะนึกถึงอะไร? เหยื่อคลุมหน้าลึกลับที่ถูกกดขี่จากบุรุษเพศและกำลังรอคอยอิสรภาพอย่าง ชาวตะวันตก? หรือผู้ก่อการร้าย? หรือคนต่างชาติที่ไร้การศึกษาที่คุณแทบไม่ค่อยรู้อะไรเกี่ยวกับพวกเขา เท่าไร?
ถ้า คุณไม่ได้มีเพื่อนหรือคนที่คุณคุ้นเคยที่เป็นมุสลิมอยู่ในสังคมของคุณแล้ว โอกาสที่คุณจะได้รับการปลูกฝังที่ไม่ดีเกี่ยวกับสตรีมุสลิมก็จะถูกสร้างขึ้น อย่างมากมายจากสื่อด้านลบ...เพราะภาพหรือสิ่งที่คุณเห็นนั้นมีเพียงส่วนน้อย นิดที่เป็นเรื่องจริง และอาจจะมีการปรับแต่งใหม่ด้วยซ้ำเพื่อให้ดูเร้าใจ ดึงดูดผู้ชม เพื่อการขายข่าวหรือสินค้าของตนได้มากขึ้น หรือเพื่อให้ได้รับการสนับสนุนจากสถาบันทางการเมืองของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เพราะสุดท้ายก็คือ เป้าหมายในการการทำลายล้างอิสลาม พยายามทำให้ศาสนาอิสลามดูแย่ในสายตาชาวโลกให้ได้มากที่สุด

คุณรู้เรื่องเกี่ยวกับชีวิตของสตรีมุสลิมหรือความคิดของเธอมากน้อยแค่ไหน ทำไมน่ะหรือ สิ่งหนึ่งก็คือเพราะ 20-25% ของประชากรโลกเป็นมุสลิมและอิสลามได้กลายเป็นศาสนาหลักอันดับสองของทวีป ยุโรปไปแล้ว แต่คุณรู้ไหมว่าชาวยุโรปและอเมริกาที่เข้ารับอิสลามส่วนใหญ่นั้นเป็นผู้หญิง ไม่ใช่ผู้ชาย สิ่งนี้จะทำให้คุณแปลกใจหรือไม่หากคุณรู้ว่า สตรีในโลกมุสลิมทั้งหลายต่างหากที่รู้สึกเสียใจต่อหญิงชาวตะวันตกและมองว่า พวกเธอนั่นแหละที่ตกเป็นเหยื่อ และคุณเคยที่จะหยุดคิดหรือไม่ว่าทำไมสตรีมุสลิมที่อพยพไปยังประเทศตะวันตก ยังคงรักษาไว้ซึ่งบุคลิกของความเป็นมุสลิมและยังพยายามที่จะถ่ายทอดสิ่งนั้น ไปสู่ลูกๆ ของพวกเธอโดยไม่ได้หลงไปกับวัฒนธรรมตะวันตกเลย นักคิดคนหนึ่งอาจถามว่า ถ้าอิสลามกดดันสตรีอย่างที่สื่อพยายยามทำให้เราเชื่อ แล้วทำไมพวกเธอจึงไม่วิ่งหนีออกจากอิสลาม อะไรกันที่อิสลามสามารถดึงดูดให้มุสลิมยังคงยึดมั่นอยู่ในหลักการของศาสนา แม้ว่าจะอาศัยอยู่นอกสถานที่อันเป็นศูนย์กลางทางศาสนาก็ตาม

ในบทความนี้ เราไม่ได้มีจุดมุ่งหมายเพื่อทำให้เป็นเรื่องที่เพื่อให้พุ่งความสนใจว่าอะไร ที่อิสลามต้องเสนอต่อสตรีที่มีการศึกษาในโลกปัจจุบันและทำความเข้าใจว่า เพราะอะไร(ชายและ) หญิงจำนวนมากในทุกๆ เชื้อชาติ สีผิวและทุกชนชั้นในสังคมถึงได้เลือกอิสลามเป็นทางนำของตน ความจริงก็เหมือนกันกับชีวิตจริง นั่นก็คือ ไม่มีการไม่มีสื่อหรือโฆษณาชวนหรือทัศนคติแบบแผนที่ตายตัว

มุมมองของอิสลามเกี่ยวกับของสตรี

สิ่งแรกก็คือ สตรีถูกจารึกไว้อย่างสวยงามดังที่ระบุในอัลกุรอานและหะดีษ (วจนะร่อซูลมูฮัมมัดศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) อัลกุรอานเป็นคัมภีร์ของโลกที่ระบุถึงสตรีอย่างบ่อยครั้งว่าเป็นผู้ที่อยู่ เคียงข้างบุรุษและได้อธิบายว่าทั้งสองนั้นคือคู่ชีวิตบนเส้นทางอันเที่ยงตรง ดังตัวอย่างที่ปรากฏในโองการดังต่อไปนี้

“และบรรดามุอฺมินชาย และบรรดามุอฺมินหญิงนั้น บางส่วนของพวกเขาต่างเป็นผู้ช่วยเหลืออีกบางส่วน ซึ่งพวกเขาจะใช้ให้ปฏิบัติในสิ่งที่ชอบและห้ามปรามในสิ่งที่ไม่ชอบ และพวกเขาจะดำรงไว้ซึ่งการละหมาดและจ่ายซะกาต และภักดีต่ออัลลอฮฺ และร่อซูลของพระองค์ชนเหล่านี้แหละ อัลลอฮฺจะทรงเอ็นดูเมตตาแก่พวกเขา แท้จริงอัลลอฮฺนั้นเป็นผู้ทรงเดชานุภาพ ผู้ทรงปรีชาญาณ”

“อัลลอฮฺได้ทรงสัญญาแก่บรรดามุอฺมินชายและบรรดามุอฺมินหญิง ซึ่งบรรดาสวนสวรรค์ ซึ่งมีแม่น้ำหลายสายไหลอยู่ภายใต้สวนสวรรค์เหล่านั้น โดยที่พวกเขาจะอยู่ในนั้นตลอดกาล และบรรดาสถานที่พำนักอันดีซึ่งอยู่ในบรรดาสวนสวรรค์แห่งความวัฒนาสถาพร และความปิติยินดี จากอัลลอฮฺนั้นใหญ่กว่า นั่นคือ ชัยชนะอันใหญ่หลวง”
(ซูเราะฮฺที่ 9 อัตเตาบะฮฺ อายะฮฺที่ 71-72 )

“แท้จริงบรรดาผู้นอบน้อมชายและหญิง บรรดาผู้ศรัทธาชายและหญิง บรรดาผู้ภักดีชายและหญิง บรรดาผู้สัตย์จริงชายและหญิง บรรดาผู้อดทนชายและหญิง บรรดาผู้ถ่อมตัวชายและหญิง บรรดาผู้บริจาคทานชายและหญิงบรรดาผู้ถือศีลอดชายและหญิง บรรดาผู้รักษาอวัยวะเพศของพวกเขาที่เป็นชายและหญิง บรรดาผู้รำลึกถึงอัลลอฮฺอย่างมาก ที่เป็นชายและหญิงนั้น อัลลอฮ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาได้เตรียมไว้แก่พวกเขาแล้วซึ่งการอภัยโทษและรางวัลอันใหญ่หลวง”

(ซูเราะฮฺที่ 33 อัลอะหฺซาบ อายะฮฺที่ 35)

ไม่มีคำถามใดๆ ในอิสลามสำหรับชายและหญิงถึงความได้เปรียบเสียเปรียบทางเพศ หรือการต่อสู้ในประวัติศาสตร์ระหว่างบุรุษและสตรีเพื่ออำนาจที่เหนือกว่า แต่ตรงกันข้าม บทบาทของทั้งสองเพศต่างมีความจำเป็นในการเติมเต็มให้กันและกัน ดังที่กุรอานได้ระบุไว้ว่า

"มนุษยชาติทั้งหลาย ! จงยำเกรงพระเจ้าของพวกเจ้าที่ได้บังเกิดพวกเจ้ามาจากชีวิตหนึ่งและได้ทรง บังเกิดจากชีวิตนั้นซึ่งคู่ครองของเขา และได้ทรงให้แพร่สะพัดไปจากทั้งสองนั้น ซึ่งบรรดาชายและบรรดาหญิงอันมากมาย และจงยำเกรงอัลลอฮฺที่พวกเจ้าต่างขอกัน ด้วยพระองค์ และพึงรักษาเครือญาติ แท้จริงอัลลอฮฺทรงสอดส่องดูพวกเจ้าอยู่เสมอ"
(ซูเราะฮฺที่ 4 อันนิซาอฺ อายะฮฺที่ 1)

"และจงอย่าปรารถนาในสิ่งที่อัลลอฮฺได้ทรงให้แก่บางคนในหมู่พวกเจ้าเหนือกว่าอีก บางคน สำหรับผู้ชายนั้นมีส่วนได้รับจากสิ่งที่พวกเขาได้ขวนขวายไว้ และสำหรับหญิงนั้นก็มีส่วนได้รับจากสิ่งที่พวกนางได้ขวนขวายไว้ และพวกเจ้าจงขอต่ออัลลอฮฺเถิด จากความกรุณาของพระองค์แท้จริงอัลลอฮฺทรงรอบรู้ในทุกสิ่งทุกอย่าง"
(ซูเราะฮฺที่ 4 อันนิซาอฺ อายะฮฺที่ 32)

ท่าน ร่อซูลุลลอฮฺมูฮัมหมัด ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม เผยแผ่วะฮียฺที่ท่านได้รับด้วยการสอนและการเป็นแบบอย่างที่ดีจึงทำให้ท่าน เป็นที่รักของครอบครัวและบรรดาสาวก ท่านห้ามการใช้ความรุนแรงต่อสตรี อบรมสั่งสอนถึงเรื่องการใช้อำนาจในทางที่ผิด ท่านได้ตักเตือนว่าทั้งชายและหญิงนั้นจะได้รับการดูแลควบคุมด้วยความรับผิด ชอบโดยอัลลอฮฺทั้งเรื่องการเอาใจใส่ดูแลและอำนาจของพวกเขา ท่านนบี ศ็อลลัอลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า

“มุสลิมอย่าได้รังเกียจหรือรู้สึกไม่ดีต่อมุสลิมะฮฺ (ภรรยา) ถ้าหากเขาไม่พอสิ่งหนึ่ง สิ่งใดในตัวนางเขาก็อาจจะเห็นสิ่งอื่นที่ในตัวนางที่ทำให้เขาพึงพอใจ”
(บันทึกโดย มุสลิม)

"ผู้ศรัทธาที่ดีเลิศคือผู้ที่เป็นที่สุดของภรรยาของเขาและครอบครัวของเขา"
(บันทึกโดย อัตติรมิซียฺ)

ฐานะของสตรีในศาสนาอื่นๆ

ในขณะที่คำสอนเหล่านี้ (ข้างต้น) อาจจะไม่ได้ผลมากนักสำหรับปัจจุบัน เพราะได้ถูกเปลี่ยนแปลงในช่วงที่กำลังได้รับการเผยแผ่ทั้งชาวอาหรับเองและคน ที่ไม่ใช่ชาวอาหรับ ในขณะที่เด็กชายมุสลิมถูกสอนว่าสวรรค์อยู่ใต้ฝ่าเท้าของมารดานั้น หญิงลัทธิขงจื้อก็ถูกสอนให้เคารพบิดา จากนั้นสามี และสุดท้ายก็ลูกชายของเธอเอง (หลังจากที่สามีเสียชีวิต) ส่วนหญิงฮินดูก็ให้ปฏิญาณตนในการไร้อิสรภาพ การเกิดมาในสภาพที่อ่อนแอ ง่ายต่อการชักจูงให้หลงผิด เป็นคนมีบาปและไม่มีสติปัญญา ในศาสนาพุทธ ผู้หญิงถูกกล่าวหาว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความชั่วร้าย ในขณะเดียวกัน ยิวและคริสต์เชื่อว่าผู้หญิงต้องรับผิดชอบต่อความตกต่ำ ความหายนะของเผ่าพันธุ์มนุษย์ และถือว่าการมีประจำเดือนและการคลอดลูกนั้นเป็นผลพวงจากคำสาปแช่งของพระเจ้า 1,000 ปีให้หลังจากศาสดามูฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม

ในปี1586 ชาวคริสต์ฝรั่งเศสนิกายโรมันคาทอลิกยังคงถกเถียงกันว่าผู้หญิงมีจิตวิญญาณ หรือไม่! ชาวคริสต์ในอังกฤษเคยเผาผู้หญิงหลายล้านคนทั้งเป็นด้วยความสงสัยประมาณว่า พวกเธอเป็นแม่มด ส่วนผู้หญิงที่แต่งงานแล้วในยุโรปก็ไม่มีสิทธิครอบครองทรัพย์สิน หย่าร้างหรือทำสัญญาต่างๆ จนกระทั่งศตวรรษที่ 19 ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่พวกผู้หญิงที่รู้สึกถึงความไม่มีเหตุผลของคำสอนหรือ ความเชื่อเหล่านี้ได้ลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อความเป็นธรรม ในขณะที่หญิงอีกกลุ่มหนึ่งได้ทำการฝังตัวเองในหลุมเพื่อคัดค้านอำนาจของนัก บวชชาย แต่ในอิสลาม ผลของการเปลี่ยนแปลงทางสังคมนั้นช่างแตกต่างกันมากเลยทีเดียว

ท่านศาสนทูตมูฮัมมัดเอาใจใส่อย่างมากต่อสิทธิของสตรี

ท่าน ศาสนทูตมูฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม เป็นนักปฏิรูปสังคมที่ประสบความสำเร็จอย่างมากเช่นเดียวกับความเป็นผู้นำทางการเมืองที่ปกป้องสิทธิของผู้ที่อ่อนแอและถูกกดขี่ อัลกุรอานโองการที่เกี่ยวข้องกับผู้หญิงได้มีบทบาทอย่างใหญ่หลวงต่อการ ปฏิรูปสถานะและสิทธิของสตรีในช่วงเวลาที่ถูกประทานลงมา สตรีได้รับอนุญาตให้มีสิทธิในการครอบครอง รับมรดก และจัดการในทรัพย์สินตามสมควร, สามารถปฏิเสธการแต่งงานที่ถูกบังคับ, สงวนชื่อและข้อมูลส่วนตัวหลังจากแต่งงานแล้ว, สามารถเป็นผู้เสนอหย่าจากสามี, และมีสิทธิในการได้รับการศึกษาซึ่งตรงกันข้ามกับศตวรรษที่ 7 ในขณะที่สถานการณ์ความวุ่นวายในปัจจุบันได้ส่งผลกระทบต่อผู้หญิงจำนวนมากใน ประเทศที่กำลังพัฒนา สตรีมุสลิมในยุคแรกนั้น เสียงกับความรู้ความสามารถและความเชี่ยวชาญของพวกเธอ ท่านกล่าวว่า “การศึกษาหาความรู้เป็นหน้าที่ของมุสลิมทุกคนทั้งชายและหญิง”

ท่านหญิงอาอิชะฮฺ ภรรยาของท่านเองก็เป็นผู้รายงานวจนะของท่านหลายพันบทต่อชนรุ่นหลัง และท่านหญิงก็ยังมีชื่อเสียงในด้านกวีนิพนธ์ แพทยศาสตร์ และนิติศาสตร์อิสลาม เช่นเดียวกับอุปนิสัยและสติปัญญา เมื่อท่านศาสดาเสียชีวิตลง นางก็ได้เป็นแม่ทัพ โดยไม่มีใครคัดค้านด้วยเหตุผลที่นางเป็นผู้หญิงเลยแม้แต่คนเดียว ผู้หญิงหลายคนก็มีความรู้จนได้เป็นนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญทางศาสนา ดังนั้น ความพยายามที่จะยกระดับสถานะของสตรีในสังคมโดยปกติแล้วจึงมุ่งไปในแนวทาง ปฏิบัติอิสลามมากกว่าความพยายามในการปฏิรูปอิสลามอย่างที่เกิดขึ้นกับศาสนา อื่นๆ อุปสรรคที่สำคัญของสตรีมุสลิมในสิทธิเพื่อเป็นหลักประกัน ตั้งแต่บัดนั้นจนบัดนี้ ได้ฝังแน่นใน วัฒนธรรมที่ไม่ใช่อิสลาม (ปกติแล้วอยู่ในยุคสมัยช่วงเวลาก่อนที่ประชาชนจะยอมรับอิสลามในสถานที่ นั้นๆ) , ความรู้อิสลามไม่เพียงพอ ,และข้อเสียของธรรมชาติของมนุษย์

บทบาท สิทธิ และหน้าที่ของสตรี

สภาพทางจิตใจ

ตามที่โองการอัลกุรอานข้างต้นได้ระบุไว้ สภาพทางจิตใจของผู้หญิงนั้นถือว่าเท่าเทียมกับผู้ชาย และทั้งสองก็มีหน้าที่ทางศาสนาเหมือนกัน นี่เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดเมื่อเราคำนึงถึงว่าเป้าหมายหลักของมุสลิมนั้นก็ คือการทำตามคำบัญชาของอัลลอฮฺ เพราะโลกนี้ก็ไม่ได้เป็นมากไปกว่าสถานที่ทดสอบเพื่อเตรียมตัวสำหรับชีวิตที่ นิรันดร์หลังความตาย ดังนั้น ชื่อเสียงความสำเร็จ , ความมั่งคั่ง , และอำนาจ จึงไม่ได้ดึงดูดความสนใจจากมุสลิมผู้ซึ่งมีเป้าหมายหลักคือโลกหน้าเลย อัลกุรอานได้ย้ำเตือนถึงการเอาใจใส่ในความจริงที่ว่าเวลาที่เราใช้ไปในโลกนี้นั้นสั้นและไม่สามารถทำนายได้ แต่สิ่งที่จะถูกนับก็คือ อุปนิสัย , วิธีการปฏิบัติต่อผู้อื่น , และสิ่งที่เรากระทำต่อความกรุณาที่อัลลอฮฺได้ประทานมาให้ สำหรับเรื่องนี้ บ้านและครอบครัวเป็นส่วนที่สำคัญอย่างยิ่งยวด เนื่องจากครอบครัวที่มั่นคงนั้นเป็นสิ่งจำเป็นในการอบรมเลี้ยงดูบุตรหลานให้ เป็นคนดีโดยถ่ายทอดความศรัทธาและคุณค่าของอิสลามไปสู่คนรุ่นหลังต่อไป ดังที่ สุภาษิตอาหรับที่มีชื่อเสียงได้ว่าไว้ ความว่า “มารดานั้นคือโรงเรียน”

บทบาททางสังคม

อิสลามเห็นด้วยกับการแบ่งหน้าที่ในครอบครัวโดยผู้หญิงรับหน้าที่หลักในการ ดูแลบ้าน ในขณะที่ผู้ชายรับผิดชอบในเรื่องการหารายได้ แต่ถึงแม้ว่าความแตกต่างที่สำคัญ คือ หน้าที่การเป็นแม่และงานดูแลบ้านที่ดูเหมือนจะเป็นเพียงกิจวัตรธรรมดาใน ชีวิตของมุสลิมคนหนึ่ง ก็ไม่ได้ถูกมองว่ามีความสำคัญหรือจะถูกตอบรับน้อยกว่างานที่เป็นอาชีพ
จริงๆ แล้ว การเป็นแม่เป็นหนึ่งในงานที่มีความสำคัญที่สุด มารดาที่สามารถประสบความสำเร็จในการดูแลบ้านให้อบอุ่นและน่าอยู่ สร้างครอบครัวที่มีลูกๆที่มีความความสุข กล้าหาญ และมีระเบียบวินัย นั้นนับว่าได้กลายเป็นสิ่งที่หายากขึ้น
ผู้ที่เป็นภรรยาและแม่จะได้รับการนับถือเนื่องจากเธอเป็นผู้ที่ต่อสู้และอุทิศตนเพื่อประโยชน์ของครอบครัว ยิ่งไปกว่านั้นมุสลิมทุกคนเห็นว่าการให้ภาระแก่สตรีทั้งการทำหน้าที่แม่ที่ต้องเสียสละทั้ง แรงกายและแรงใจ และยังต้องทำงานหาเลี้ยงครอบครัวนั้นเป็นสิ่งที่อยุติธรรม ซึ่งเป็นการทำร้ายสตรีและทำลายชีวิตครอบครัวโดยหวังเพียงฐานะทางเศรษฐกิจ
มุสลิมทั้งหลายต่างมีความเสียใจใจต่อหญิงตะวันตกที่มักจะต้องทนทุกข์ทรมานกับการ ถูกกดขี่ทางเพศทั้งที่บ้านและที่ทำงาน นอกจากนี้ ผู้หญิงที่ต้องการการนับถือจากผู้คนก็ต้องแต่งกายและทำตัวเหมือนผู้ชาย ส่วนผู้เป็นแม่นับวันก็ยิ่งละเลยการเอาใจใส่ดูแลลูกๆ เพราะมัวสนใจอยู่แต่งาน แต่ในอิสลาม ความเป็นเพศแม่ย่อมได้รับการทะนุถนอม และผู้หญิงก็ยังมีสิทธิที่จะเรียนสูงๆ ทำงานนอกบ้านหรือเป็นอาสาสมัครทำงานเพื่อสังคม ตราบใดที่เธอไม่ได้ละเลยในหน้าที่หลัก และเงินทุกบาทที่เธอหามาได้ก็เป็นกรรมสิทธิ์ของเธอ ไม่ใช่ของสามี ส่วนผู้ชายต้องรับผิดชอบในการธำรงครอบครัวให้มั่นคง

การแต่งงานในอิสลาม

ถึงแม้ว่าตามธรรมเนียมแล้วพ่อแม่จะมีส่วนสำคัญในการหาและเลือกคู่ครองให้กับลูก แต่ทว่าทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงก็ต้องเห็นชอบกับด้วยกับการแต่งงานนั้น ท่านร่อซูลุลลอฮฺศ็อลลัลลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมได้อนุญาตให้หญิงที่ถูกบังคับให้แต่งงานโดยที่เธอไม่เต็มใจนั้นยกเลิกการแต่งงาน ความสัมพันธ์ระหว่างสามีกับภรรยาในอิสลามนั้นเป็นสิ่งหนึ่งที่ขึ้นอยู่ระหว่างกันบนพื้นฐานของความรักและความสงบสุข อายะฮฺหนึ่งในอัลกุรอานกล่าวว่า

“และหนึ่งจากสัญญาณทั้งหลายของพระองค์คือ ทรงสร้างคู่ครองให้แก่พวกเจ้าจากตัวของพวกเจ้า เพื่อพวกเจ้าจะได้มีความสุขอยู่กับนาง และ ทรงมีความรักใคร่และความเมตตาระหว่างพวกเจ้าแท้จริงในการนี้ แน่นอน ย่อมเป็นสัญญาณแก่หมู่ชนผู้ใคร่ครวญ
(ซูเราะฮที่ 30 อัรรูมอายะฮฺที่ 21)

ทั้งผู้ที่เป็นพ่อและแม่ควรพยายามสร้างรากฐานความมั่นคงให้ครอบครัวและเติมเต็ม ความรักให้กันและกัน การตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ของครอบครัวควรมาจากการพูดคุยและปรึกษาหารือกัน สามีต้องแสดงความเป็นผู้นำ ดังที่อัลลอฮฺได้ให้ความเหมาะสมแก่เขาในการทำหน้าที่เลี้ยงดูครอบครัว แต่หากไม่สามารถตกลงกันได้ ผู้เป็นภรรยาก็ควรให้การสนับสนุนสามีตราบใดที่สามีไม่สั่งให้เธอทำสิ่งที่ ขัดกับหลักการของศาสนา ทุกอย่างในครอบครัวจะดำเนินไปด้วยดีหากสามีและภรรยาปฏิบัติหน้าที่ของตัว เองอย่างเต็มที่และดูแลซึ่งกันและกันด้วยความเคารพและให้เกียรติ

กฏเกณฑ์ความประพฤติของมุสลิม

การ รักษาไว้ซึ่งความสมบูรณ์ของครอบครัวและสังคมนั้น ทั้งมุสลิมและมุสลิมะฮฺต้องปฏิบัติตามหลักการของศาสนาที่ชาวตะวันตกมองว่า เป็นข้อกำจัดในการดำเนินชีวิตอย่างเคร่งครัด ต้องแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่หลวมๆ ไม่รัดตัว เนื้อผ้าต้องไม่โปร่งแสง และหลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานการณ์ที่อาจจะนำไปสู่การอยู่ด้วยกันตามลำพังกับ บุคคลเพศตรงข้าม การก่อให้เกิดอารมณ์ที่ไม่พึงประสงค์ หรือ การเข้าใจผิด มุสลิมะฮฺก็ต้องปกปิดศีรษะ(และทุกส่วนของร่างกาย) เพราะเพศหญิงนั้นถือว่าเป็นเพศที่ดึงดูดใจมากกว่าเพศชาย แต่การปกปิดนี้ก็ไม่จำเป็นอีกต่อไปเมื่ออยู่ในบ้านกับสมาชิกครอบครัว(ที่ไม่ สามารถแต่งงานได้) การปกปิดร่างกายในที่สาธารณะเป็นการปกป้องไว้ซึ่งเกียรติของผู้หญิง เพื่อให้พวกเธอถูกมองจากความสวยงามภายในจิตใจมากกว่าภาพลักษณ์ที่เห็นภายนอก

ในอิสลามความต้องการทางเพศถือว่าเป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์ทั้งเพศชายและเพศ หญิงตราบใดที่การแสดงออกนั้นอยู่ในขอบเขตของการแต่งงาน แต่อย่างไรก็ตาม ทุกวันนี้มุสลิมต่างก็เจ็บปวดกับการที่มุสลิมะฮฺถูกละเมิดทางเพศเพื่อการค้า และการเผยแพร่ผ่านสื่อลามกอนาจาร ซึ่งทำให้ลดคุณค่าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งยังบั่นทอนชีวิตและครอบครัวอีกด้วย

คำร้องขอจากอิสลามถึงผู้หญิงในปัจจุบัน

สำหรับ ผู้หญิงที่ดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข พอใจที่ได้เกิดมาเป็นเพศหญิงเและเข้าใจในคุณค่าของความแตกต่างระหว่างเพศ (รวมทั้งพื้นฐานความแตกต่างโดยทั่วไป) และเลือกที่จะให้ตัวเองเป็นที่นับถือของผู้คนจากความรู้ความสามารถและ อุปนิสัยของตนเองมากกว่าการดึงดูดใจผู้อื่นจากความสวยงามภายนอก และผู้หญิงคนใดที่อยากจะประสบความสำเร็จในชีวิตโดยที่ไม่ต้องละเลยหน้าที่ใน ครอบครัว เราขอแนะนำคุณว่า “อิสลาม” เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ
ข้อคิดบางอย่างเกี่ยวกับการมีภรรยามากกว่าหนึ่งคน

หลายคนกำลังตื่นตัวกับการที่อิสลามได้อนุญาตให้ผู้ชายแต่งงานกับผู้หญิงได้มากกกว่า 1 คน แต่สิ่งที่ไม่ค่อยมีใครรู้ก็คือเงื่อนไขที่อิสลามกำหนดไว้ว่าสามีต้องให้ ความเสมอภาคในการดูแลภรรยาทั้งในเรื่องของเวลาและค่าใช้จ่าย
อันที่จริง การมีภรรยามากกว่าหนึ่งนั้นเกิดขึ้นอยู่แล้วในทุกๆ สังคม ทั้งภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย ภรรยาลับ ภรรยาที่ได้จากการซื้อบริการทางเพศ และ ภรรยาที่เป็นคู่นอนนอกสมรส ด้วยเหตุนี้ อิสลามจึงได้อนุญาตและบัญญัติไว้อย่างมีเงื่อนไขเพื่อปกป้องผู้หญิงเหล่า นั้นและลูกที่เกิดมาไม่ให้ถูกเอารัดเอาเปรียบ และในบางกรณีที่เกิดขึ้น เช่น การที่ภรรยาคนแรกป่วยเรื้อรังหรือมีอาการทางประสาทหรือไม่มีความสามารถในการ เลี้ยงดูบุตรได้ หรือ ในยามสงครามที่มีหญิงหม้ายและเด็กกำพร้าจำนวนมาก การยอมรับนี้ก็น่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่า

ท่านศาสนทูตมูฮัมมัด ศ็อลลัลลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้แต่งงานกับภรรยาคนแรก คือ ท่านหญิงคอดิญะหฺ เมื่อท่านมีอายุ 25 ปีและท่านก็ไม่ได้มีภรรยาใหม่จนกระทั่งท่านหญิงคอดิญะหฺเสียชีวิต การที่ท่านนบีมูฮัมหมัดศ็อลลัลลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมแต่งงานใหม่ในอีกหลายปีถัดมากับหญิงหม้ายและหญิงที่หย่าขาดจากสามีนั้น ล้วนเกี่ยวข้องกับข้อตกลงทางการเมืองและเหตุผลด้านมนุษยธรรมทั้งสิ้นดังที่ เป็นที่คาดหมายไว้แล้วจากหน้าที่ของท่าน ชีวิตครอบครัวของท่านดำเนินไปด้วยดีบนพื้นฐานของความรัก ความห่วงใย การเอาใจใส่ และเคารพ (ให้เกียรติ) ซึ่งกันและกัน

ถอดความและเรียบเรียงโดย : บินติอับดุลลอฮ
ขอขอบคุณ : ข้อมูลบางส่วนจาก World Assembly Of Muslim Youth (WAMY) Branch : Europe และบทความมีการดัดแปลงและตัดทอนบางส่วนเพื่อความเหมาะสม

เว็บบอร์ด-กุรอาน-เพื่อนบ้าน

ค้นหาอัลกุรอานพร้อมความหมาย

บ้านมุสลิมะฮฺ เชคริฎอ อะหมัด สมะดี กลุ่มมุสลิมเพื่อสันติ หนังสือพิมพ์ประชาชาติอิสลามออนไลน์ ฟัตวาออนไลน์ มูลนิธิอนุรักษณ์มรดกอิสลาม
100 100 ร้านมุอฺมินดีไซน์เว็บไซด์เพื่อการศึกษาอิสลาม ตลอดชีวิต หรือว่าพวกเจ้าคิดว่า พวกเจ้าจะได้เข้าสวนสวรรค์ ทั้งๆ ที่อัลลอฮฺยังมิได้ทรงรู้ บรรดาผู้ที่ต่อสู้ (ญิฮาด) ในหมู่พวกเจ้าพร้อมกันนั้น พระองค์ก็จะทรงรู้บรรดาผู้ที่อดทนด้วย อิสลามเริ่มต้นที่บ้าน บ้านแห่งการเรียนรู้...مرآة<br />
:: กระจกเงาสะท้อนเยาวชน ::[Togetherness magazine] ก้าวไป…ด้วยกันร้านบ้านมุสลิมะฮฺ จำหน่ายสินค้าเพื่อมุสลิม Basic to muslimah ยินดีต้อนรับแด่ผู้แสวงหาสัจธรรม ร้านจำหน่ายสินค้าอุปกรณ์เบเกอรี่หะล้าลตากะยายหะล้าลคาเฟ่ ร้านบ้านดินอิสลามจำหน่าย ของกิน ของใช้ หนังสือความรู้ทั่วไป ในราคาย่อมเยา
เบเกอรี่ฮาลาล รับทำเค้ก อร่อยทุกชนิด เลือกส่วนผสมอย่างดี
แหล่งรวมหิญาบ ผ้าคลุม เสื้อผ้ามุสลิม ของขวัญของฝาก

คัดลอกข้อความด้านล่างไปไว้ที่หน้าเว็บของท่าน หากต้องการแลกลิงค์