"ยังมีสิ่งใดอีกหรือ...ที่เธอต้องการ"

ไม่กี่วันที่ผ่านมา....ผมนั่งอยู่หน้าจอทีวี เพื่อติดตามดูความเคลื่อนไหวของข่าวสารบ้านเมืองประจำวัน...

แล้วในทันใดนั้น นักข่าวของทีวีช่องหนึ่งก็นำเสนอข่าวต่างประเทศเกี่ยวกับ "การเรียกร้องสิทธิของผู้หญิง" พร้อมกับภาพประกอบที่เป็นที่เหล่าผู้หญิงที่ออกมาเดินประท้วงตามถนนหนทาง ในมือของพวกเธอถือป้ายเรียกร้องความเป็นธรรม ปากของพวกเธอต่างก็ตะโกนโหวกเหวกเพื่อสื่อถึงความไม่พอใจในกฏหมาย (ของประเทศนั้น) บางอย่างที่พวกเธอเห็นว่าบัญญัติออกมา อย่างไม่เป็นธรรมต่อพวกเธอ.....

แต่ผมก็ไม่ได้ใส่ใจมากนัก เพราะเข้าใจดีว่ากฏหมายของประเทศนั้น (ที่เหล่าผู้หญิงออกมาเดินประท้วง) ไม่ใช่เป็นของประเทศมุสลิม และบทบัญญัติกฏหมายเหล่านั้นก็แน่นอนว่าต้องเป็นสิ่งที่มนุษย์ (ตาดำ ๆ) เองนั่นหล่ะที่สร้างมันขึ้นมา...
แต่มีบ่อยครั้ง ที่ผมรู้สึกเสียใจ ที่กลับได้ยินจากปากพี่น้องมุสลีมะฮ์ของผมเอง (บางท่าน) ที่กล่าวเชิงตำหนิหรือไม่เห็นด้วยกับบทบัญญัติของศาสนาอิสลาม (หรืออาจจะถึงขั้นวิพากษ์วิจารณ์ไปต่าง ๆ นา ๆ ด้วยความนึกคิดของเธอเอง) ประมาณว่าทำไมศาสนาอิสลามจึงต้องกำหนดสิ่งนั้น สิ่งนี้มาให้มุสลีมีนมากจัง แต่กลับปิดกั้นสิ่งนั้น สิ่งนี้แก่มุสลีมะฮ์ (อย่างพวกเธอ)

"โอ้ พี่น้องมุสลีมะฮ์" แท้จริงสิทธิของพวกเธอนั้นมีมากมายยิ่งนัก
.... อิสลามมอบสิทธิให้แก่พวกเธอมากมากเสียจนไม่ต้องเสียเวลามาเรียกร้องอะไรอีก แล้ว เพราะในความซับซ้อนหลากหลายของสังคมมนุษย์นั้น บางคราวเธออาจจะมองว่าทำไมบางอย่างเธอถึงถูกเอารัดเอาเปรียบจากเพศตรงข้าม และบางคราวเธออาจจะรู้สึกน้อยใจที่อิสลามอาจจะห้ามความต้องการทางธรรมชาติ หรืออาจจะทำให้เธอรู้สึกขัดใจในบางเรื่อง (เช่นสิทธิในมรดกที่น้อยกว่าชาย ,สิทธิในการหย่าร้าง ,สิทธิในการเป็นพยาน ,สิทธิในการทำอิบาดัตที่ถูกจำกัดในช่วงมีประจำเดือน ,ภาระในการเป็นผู้ที่ต้องได้รับความเจ็บปวดทรมานในการคลอดบุตร) แต่หากพวกเธอลองนำสิ่งเหล่านั้นบวก ลบ คูณ หาร (ด้วยแนวคิดอิสลาม) ดูอีกครั้ง...แล้วใครครวญบทบัญญัติ และธรรมชาติของอิสลาม (ที่เธออาจจะรู้สึกอึดอัดใจที่จะยอมรับในบางครั้ง) เหล่านั้นดูอีกที และเธอไปเอาผลลัพท์สุดท้าย (ที่คำนวนออกมาได้) แล้วเธอจะรู้ว่าแท้จริงแล้วเธอโชคดีแค่ใหนที่พระองค์ประทาน "ความเป็นเพศหญิง (มุสลีมะฮ์)" มาให้กับพวกเธอ. (แต่มุสลีมีนก็อย่าเพิ่งไปอิจฉาเสียหล่ะ เพราะฮิกมัตในตัวท่านนั้นก็มีมากมาย)

สิทธิของพวกเธอมีมากมายยิ่งนัก (หากเธอรู้)...

...หญิงสาวโสดนั้น เธอมีพ่อแม่ที่ต้องให้การดูแลและต้องทั้งนี้ก็ท่านก็ต้องรับผิดชอบในความผิดบาปทั้งหลายของเธอ ที่เธออาจก่อขึ้น

... ในขณะที่ชายหนุ่มโสด (ที่บรรลุถึงวัยแห่งศาสนภาวะ) นั้นเขาจะต้องรับผิดชอบในความผิดบาปเหล่านั้นด้วยตัวเอง อีกทั้งเขายังต้องรับผิดชอบต่อพ่อแม่ของเขา

...หญิงที่แต่งงานแล้วนั้น การทำดีต่าง ๆ ของเธอผลบุญที่ได้มา ก็จะเป็นเฉพาะสำหรับตัวเธอ และการทำดีนั้นมันก็ไม่ได้ยากอะไร เพียงเธอต้องภักดีต่อสามี (ที่มีคุณธรรมและมีศาสนา) ของเธอ

...ในขณะที่ ชายที่แต่งงานแล้ว นอกจากต้องรับผิดชอบต่อความผิดบาปของตนเอง ก็ยังต้องรับผิดชอบต่อภรรยาของเขา ต่อลูกสาวที่ยังไม่แต่งงาน ต่อลูกชายในวัยก่อนบรรลุศาสนาภาวะ และยังต้องมีส่วนรับผิดชอบในความผิดบาปของภรรยาของเขาอีกด้วย

...หญิงที่เป็นภรรยานั้น เธอมีสิทธิ์เด็ดขาดในทรัพย์สินที่เป็นของเธอ เป็นที่ต้องห้ามที่ผู้เป็นสามีจะไปก้าวล่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต

... ในขณะที่ชายที่เป็นสามี นั้นทรัพย์สินของเขาที่ได้มา บางส่วนในนั้นต้องมอบให้แก่ภรรยาเป็นนัฟเกาะห์ที่เธอต้องได้รับ และสามีจะปฏิเสธเธอไม่ได้...เป็นต้น

นอกเหนือจากนี้...

เธอได้รับเกียรติ์อันมากมายนัก (หากเธอรู้)...

... ผู้หญิงนั้นต้องตออัตต่อสามี (ก็จริงอยู่) ...แต่เธอก็อย่าลืมว่าผู้เป็นแม่ (นั่นก็คือผู้หญิง) นั้นคือผู้ที่อิสลามสั่งให้ผู้เป็นบุตรต้องตออัตมากกว่าผู้เป็นพ่อถึง 3 เท่า

...ผู้หญิงนั้นได้รับมรดกน้อยกว่าผู้ชาย (ก็จริงอยู่) ...แต่เธอก็อย่าลืมว่าทรัพย์สินใด ๆ ในความครอบครองของเธอนั้น ต่อไปในอนาคต (เมื่อเธอมีครอบครัว) สิ่งเหล่านั้นก็จะเป็นสิทธิเฉพาะสำหรับตัวของเธอ ที่ผู้เป็นสามีไม่มีสิทธิจะไปก้าวล่วงได้ แต่เธอก็ยังมีสิทธิ์ในทรัพย์สินของผู้เป็นสามี (ซึ่งส่วนหนึ่งก็คือมาจากมรดกของเขาในอดีตนั่นเอง) อีกด้วย

...ผู้หญิงต้องรับภาระที่หนักมากในการอุ้มท้องและการคลอดลูก (ก็จริงอยู่) ...แต่เธอก็อย่าลืมว่าทุกวินาทีแห่งการตั้งครรภ์ ความเจ็บปวดจากการคลอด และตลอดเวลาของการทำหน้าที่เป็นแม่นั้นเธอจะอยู่ในความเมตตาของพระองค์อัล ลอฮฺและได้รับการดุอาอจากบรรดามาลาอีกะห์อยู่เสมอ...เป็นต้น

แล้ววันนี้เธอยังต้องการสิ่งใดอีกหรือ...
แล้ววันนี้เธอยังไม่ได้รับความเป็นธรรมอีกหรือ...
แล้ววันนี้เธอยังเสียเวลาออกมาเดินประท้วงกันอีกหรือ...

...แทนที่เธอจะเอาเท้าไปเดินประท้วงเรียกร้องความเป็นธรรมบน ท้องถนน...เธอน่าจะเอาเท้ามาเดินคู่กับสามีเพื่อเป็นกำลังใจให้เขาได้ทำงาน เพื่อพระองค์อัลลอฮฺไม่ดีกว่าหรือ.

...แทนที่เธอจะเอามือไปถือป้ายเพื่อประท้วงเรียกร้องความเป็น ธรรม...เธอน่าจะเอามือมาขอดุอาห์เพื่อขอบคุณต่อพระองค์อัลลอฮฺที่ให้ เกีรยติ์แก่เธอมากมายไม่ดีกว่าหรือ.

...แทนที่เธอจะเอาปากไปตะโกนโหวกเหวกเพื่อสื่อให้ผู้อื่นรู้ ว่าเธอเป็นเพศที่ถูกเอาเปรียบ...เธอน่าจะเอาปากมาพูดตักเตือนลูก ๆ ของเธอให้เป็นบ่าวที่ศรัทธาต่อพระองค์อัลลอฮฺไม่ดีกว่าหรือ.

"วัลลอฮุอะห์ลัม"

ญะซากัลลอฮุคอยร็อน : Dr.SKMS
คัดลอกจาก : http://sksm116.spaces.live.com/

เว็บบอร์ด-กุรอาน-เพื่อนบ้าน

ค้นหาอัลกุรอานพร้อมความหมาย

บ้านมุสลิมะฮฺ เชคริฎอ อะหมัด สมะดี กลุ่มมุสลิมเพื่อสันติ หนังสือพิมพ์ประชาชาติอิสลามออนไลน์ ฟัตวาออนไลน์ มูลนิธิอนุรักษณ์มรดกอิสลาม
100 100 ร้านมุอฺมินดีไซน์เว็บไซด์เพื่อการศึกษาอิสลาม ตลอดชีวิต หรือว่าพวกเจ้าคิดว่า พวกเจ้าจะได้เข้าสวนสวรรค์ ทั้งๆ ที่อัลลอฮฺยังมิได้ทรงรู้ บรรดาผู้ที่ต่อสู้ (ญิฮาด) ในหมู่พวกเจ้าพร้อมกันนั้น พระองค์ก็จะทรงรู้บรรดาผู้ที่อดทนด้วย อิสลามเริ่มต้นที่บ้าน บ้านแห่งการเรียนรู้...مرآة<br />
:: กระจกเงาสะท้อนเยาวชน ::[Togetherness magazine] ก้าวไป…ด้วยกันร้านบ้านมุสลิมะฮฺ จำหน่ายสินค้าเพื่อมุสลิม Basic to muslimah ยินดีต้อนรับแด่ผู้แสวงหาสัจธรรม ร้านจำหน่ายสินค้าอุปกรณ์เบเกอรี่หะล้าลตากะยายหะล้าลคาเฟ่ ร้านบ้านดินอิสลามจำหน่าย ของกิน ของใช้ หนังสือความรู้ทั่วไป ในราคาย่อมเยา
เบเกอรี่ฮาลาล รับทำเค้ก อร่อยทุกชนิด เลือกส่วนผสมอย่างดี
แหล่งรวมหิญาบ ผ้าคลุม เสื้อผ้ามุสลิม ของขวัญของฝาก

คัดลอกข้อความด้านล่างไปไว้ที่หน้าเว็บของท่าน หากต้องการแลกลิงค์