เราได้ทำอะไรเพื่อรับใช้ศาสนาของเราบ้างหรือไม่?
เรื่องราวเกิด ขึ้นในหมู่บ้านแห่ง หนึ่งในเขตชานเมืองของอัม สเตอดัม ทุกๆ วันศุกร์หลังจากการละหมาด อีม่ามท่านหนึ่งพร้อมกับลูกชายวัย 11 ปีของเขามักจะเดินไปรอบหมู่บ้านและ แจกหนังสือเล่มเล็กๆ ชื่อ “หนทางสู่สวนสวรรค์” และหนังสือเกี่ยวกับอิสลามให้กับผู้คน
บ่ายวันศุกร์วัน หนึ่ง เป็นเวลาที่อีม่ามและลูกชายต้องเดินไปตามท้องถนนเพื่อแจกหนังสือ ดังกล่าว อากาศวันนั้นค่อนข้างจะหนาวเย็น มาก อีกทั้งยังมีสายฝโปรยปรายลงมา ด้วย
ลูกชายของอีม่าม ใส่เสื้อผ้าหลาย ชั้นเพื่อที่เขาจะไม่รู้สึกหนาว
จากนั้นเด็กชาย ก็พูดกับพ่อของเขาว่า “คุณพ่อครับ ผมพร้อมแล้วนะครับ”
“พร้อมจะทำอะไรหรือ ลูก” ผู้เป็นพ่อถาม
“อ้าวคุณพ่อ นี่มันเป็นเวลาที่เราต้องไปแจกหนังสืออิสลามไงหละครับ”
“แต่อากาศข้างนอกมันหนาวมากเลยนะและฝนก็ตกหนักด้วย”
จากนั้นลูกชายก็สร้างความประหลาดใจให้กับผู้เป็นพ่อด้วยคำพูดที่ว่า “แต่คุณพ่อครับผู้คนต่างยังตกนรกแม้ว่าฝนมันจะยังตกอยู่ก็ตาม” แต่ผู้เป็นพ่อก็ยังบอกกับลูกชายว่าเขาไม่สามารถที่จะออกไปข้างนอกในสภาพอากาศแบบนั้นได้ ดังนั้นลูกชายจึงถามพ่อว่า เขาสามารถที่จะออกไปแจกหนังสือด้วยตัวเองเพียงลำพังได้หรือไม่ ผู้เป็นพ่อรู้สึกลังเลอยู่ชั่วขณะ แต่หลังจากนั้นเขาก็อนุญาตให้ลูกชาย เขาออกไป ลูกชายขอบคุณพ่อของเขาและออกไป ตามท้องถนนภายใต้อากาศที่หนาวเย็นและฝนที่ตกลงมา อีกทั้งเขายังเดินไปตามประตูบ้านแต่ละบ้านเพื่อแจกหนังสืออิสลามเหล่านั้น
หลังจากการเดินท่ามกลางสายฝนเป็น ระยะเวลาสองชั่วโมง เขาก็เหลือหนังสืออยู่เพียงหนึ่งเล่ม เขามองหาใครสักคนที่ผ่านมาเพื่อที่จะแจกหนังสือเล่มที่มีอยู่ออกไปแต่ไม่มีใครเลยสักคนบนท้องถนน
จากนั้นเขาจึงหันตัวไปอีกด้านหนึ่งของถนนเพื่อที่จะมอบ “หนังสือเล่มนี้” ให้กับเจ้าของบ้านหลังแรกที่เขาหันไปเห็น เขากดกระดิ่งหากแต่ไม่ได้รับการตอบรับใดๆ เขาก็กดกระดิ่งต่อไปแต่ก็ยังไม่ มีการตอบรับอีก และขณะที่เขากำลังจะจากไป ก็มีบางสิ่งที่ทำให้เขาต้องชะงัก
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงหันตัวกลับไปและกดกระดิ่งอีกครั้ง พร้อมทั้งเคาะประตูด้วยมือของเขา โดยที่เขาก็ไม่ทราบเหมือนกันว่า ด้วยเหตุใดเขาจึงต้องยืนรออยู่ตรงนั้น
และเวลานี้เองที่ประตูบานนั้นก็ค่อยๆ ถูกเปิดอย่างช้าๆ และอีกด้านหนึ่งของประตูบานดัง กล่าวก็มีสตรีชราหน้าตาเศร้าหมองยืนอยู่ เธอถามเขาว่าเขาต้องการความช่วยเหลืออะไรจากเธอหรือไม่ เด็กชายตอบเธอด้วยแววตาโตพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้าว่า “คุณยายครับ ผมต้องขอโทษด้วยหากว่าผมรบกวน คุณยาย แต่ผมเพียงแค่อยากบอกคุณยายว่า อัลลอฮฺทรงรักคุณยายมากและทรงดูแลยายอยู่ และผมมาที่นี่เพื่อที่จะมอบหนังสือเล่มนี้ให้กับคุณยาย “หนังสือเล่มนี้” จะบอกเล่าเรื่องราวของอัลลอฮฺ และเหตุผลของการมีชีวิตของเรา และวิธีการเพิ่มพูนการอำนวยพรของพระองค์ต่อตัวเรา” จากนั้นเขาก็มอบหนังสือให้กับเธอและ จากไปหลังจากที่เธอได้ขอบคุณเขา

สัปดาห์ต่อมาหลังจากการละหมาดวันศุกร์ และการคุตบะฮฺ อีม่ามได้ถามผู้คนในมัสยิดว่ามีใครที่มีคำถามหรืออยากจะกล่าวอะไรหรือไม่
จากนั้นมีเสียงสตรีดังขึ้นมาจาก แถวด้านหลังว่า “ไม่มีใครที่นี่รู้จักฉัน และฉันก็ไม่เคยมาที่นี่ สัปดาห์ที่แล้วฉันไม่ใช่มุสลิมและฉันก็ไม่เคยคิดว่าฉันจะเป็นสามีของฉันเสียชีวิตเมื่อสองเดือนที่ผ่านมาและทอดทิ้งให้ฉันอยู่เพียงลำพังบนโลกใบนี้
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาข้างนอกนั้นอากาศหนาวเย็นมาก อีกทั้งยังมีฝนตกลงมา และฉันก็คิดถึงการฆ่าตัวตาย เพราะฉันไม่เหลือความหวังใดๆ ในชีวิตนี้อีกแล้ว
เพราะเหตุนี้ ฉันจึงเอาเก้าอี้พร้อมกับเชือกไปที่ห้องใต้หลังคา ผูกเชือกไว้กับหลังคาและเอาห่วง เชือกใส่ที่คอไว้ เพราะฉันรู้สึกโดดเดี่ยวและเต็มไปด้วยความทุกข์ ฉันพร้อมที่จะกระโดดลงมาจากเก้าอี้ จนกระทั่งฉันได้ยินเสียงกระดิ่งดังขึ้นจากชั้นล่าง
ฉันรอให้คนที่มาเคาะประตูกลับไปแต่เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นดังขึ้นเรื่อยๆ
ฉันพูดกับตัวเองว่า “ใครหน้าไหนกันนะไม่มีใครสักคนที่มาเยี่ยมฉัน” ฉันจึงถอดห่วงเชือกออกจากคอและเดินลงไปเปิดประตู
เมื่อฉันเปิดประตู ฉันก็ไม่อยากจะเชื่อสายตาของฉันเพราะมีเด็กผู้ชายคนหนึ่งพร้อมด้วยแววตาโตสดใสและรอยยิ้มที่งดงาม บนใบหน้าของเขา อย่างที่ฉันไม่เคยพบเห็นมาก่อน สิ่งที่เขาพูดกับฉันมันสะเทือน หัวใจที่ตายด้านของฉันและทำ ให้ฉันกลับมามีชีวิตอีกครั้ง เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ไพเราะว่า “คุณยายครับ ผมต้องขอโทษด้วยหากว่าผมรบกวนคุณยาย แต่ผมเพียงแค่อยากบอกคุณยายว่า อัลลอฮฺทรงรักคุณยายมากและพระองค์ทรง ดูแลยายอยู่” และเขาก็มอบหนังสือเล่มนี้ที่ฉัน ถืออยู่ “หนทางสู่สวนสวรรค์” ให้กับฉัน
เทวดาน้อยนี้มาหาฉันและเขาก็จากไปทันทีพร้อมกับอากาศที่เหน็บหนามพร้อมกับสายฝน จากนั้นฉันก็ปิดประตูและเริ่มอ่านทุกๆ ถ้อยคำที่อยู่ในหนังสือเล่มนั้น และหลังจากนั้นฉันก็เดินขึ้นไปชั้นบน ดึงเชือกที่ผูกไว้ออกและเก็บเก้าอื้ เพราะฉันไม่ต้องการมันอีกแล้ว”
เธอกล่าวต่อไปว่า “คุณเห็นหรือไม่ว่า ตอนนี้ฉันมีความสุขมากแค่ไหน เพราะฉันได้พบกับพระเจ้าที่แท้จริง และพระเจ้าเพียงพระองค์เดียวเท่านั้น …ในปกด้านหลังของหนังสือเล่มนี้ มีที่อยู่ของศูนย์กลางอิสลามแห่งนี้ ฉันจึงมาที่นี่ด้วยตัวของฉันเอง เพื่อที่จะบอกกับคุณทุกคนว่า ฉันขอบคุณอัลลอฮฺและฉันขอบคุณเทวดาน้อยนั้นที่มาหาฉันในเวลาที่ดีและช่วยชีวิตฉันไว้จากการตกลงสู่นรก”
ชั่วขณะนั้นเอง ไม่มีดวงตาคู่ใดของผู้คนในมัสยิดที่จะไม่มีน้ำตา และเสียงการกล่าวตักบีรฺก็ดังขึ้น “อัลลอฮุ อักบัรฺ” “อัลลอฮุ อักบัรฺ”
จากนั้นอีหม่ามคน ดังกล่าวก็เดินลงมาตรงแถวข้างหน้าที่ลูกชายของเขานั่งอยู่ เขากอดลูกชายไว้แน่นและร้องไห้ต่อหน้าทุกคนที่อยู่ที่นั่น
อาจจะไม่พ่อคน ไหนในหมู่คนจำนวนมากมายที่จะภาคภูมิใจต่อตัวลูกชายเขาเท่ากับอีม่ามท่านนี้
بنت الاٍسلام
แหล่งที่มา:http://www.facebook.com/note.php?note_id=115749138460294
"What have we done to serve our religion?"
- อ่าน 309 ครั้ง
- แสดงความคิดเห็น
เว็บบอร์ด-กุรอาน-เพื่อนบ้าน
- กับวันอีดที่กำลังจะมาถึง..เราเตรียมตัวกันอย่างไร
- ลัยละตุ้ลก๊อดรฺ
- ทำอย่างไรให้กิยามุลลัยลฺมีรสชาติ? (เอกสารดาวน์โหลด)
- ฟัง "วันโลกแตก" (18ก.ย.2553/บ้านเพียรมานะ ซอยมิสทีน)
- สอนเบเกอรี่ครั้งที่ 3 (19ก.ย.2553/ซ.รามคำแหง118)
- เรากำลังละหมาด แบบไก่จิกข้าว อยู่หรือเปล่า!!
- คงยังไม่สาย หากคิดจะเปลี่ยน
- เสวนาวิชาการและละศีลอด (28ส.ค.2553/ม.สงขลานครินทร์ หาดใหญ่)
- รอมาฎอน เดือนแห่งข้าวแกง
- อบรมพี่เลี้ยงเพื่อค่ายลองใช้วิถีชีวิตแบบอิสลาม (ธ.ค.2553)
- อะไรคือหุกุ่มของการละหมาดตะรอวีหฺสำหรับสตรี ?
- บริจาคกัน!หรือยัง ?
- ชี้แจง คุณค่าของการละหมาดตะฮัจญุด
|
ค้นหาอัลกุรอานพร้อมความหมาย
|
|
|


“คือ การแสดงออกถึงความเคารพต่ออัลลอฮฺที่บรรดาอับดฺล(บ่าว)กระทำเพื่อให้ได้...
-คล้ายกับว่ารอมฎอนจะเป็นช่วงเวลาแห่งการเตือนสติ ที่ทำให้เราได้กลับมาทบทวนตัว...
“รวมไฟล์เสียงรายการ "มุสลิมะฮฺคุย" เป็นรายการการพูดคุยของเพื่อแสดงความคิดเห็นในมุมมองของมุสลิมะฮฺและการ...


2 days 19 hours ก่อน
3 weeks 6 days ก่อน
4 weeks 3 days ก่อน
6 weeks 3 days ก่อน
6 weeks 3 days ก่อน
8 weeks 1 วัน ก่อน
8 weeks 1 วัน ก่อน
9 weeks 6 days ก่อน
10 weeks 1 วัน ก่อน
10 weeks 1 วัน ก่อน