กับเรื่องนี้ "พญ.พัฏ โรจน์มหามงคล" อาจารย์พิเศษหน่วยพัฒนาเด็กและกุมารแพทย์ด้านพัฒนาการเด็ก โรงพยาบาลรามาธิบดี ได้ให้ความรู้และวิธีรับมือว่า ส่วนใหญ่เด็กผู้หญิงจะเริ่มมีประจำเดือนตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป แต่เด็กบางคนก็อาจจะมีเร็วตั้งแต่อายุ 10 ปี หรือบางคนก็อาจจะมีช้ากว่านั้นอายุประมาณ 15 ปี ทั้งนี้คุณแม่จะต้องดูที่อายุเริ่มต้นของการมีประจำเดือนของลูกว่าอยู่ใน ช่วงไหน เพราะถ้าลูกมีประจำเดือนเร็วกว่าเด็กๆ ที่อยู่ในรุ่นเดียวกัน อาจจะต้องให้คำแนะนำและให้ความรู้กับลูกเกี่ยวกับประจำเดือนที่ละเอียดกว่า เด็กที่ประจำเดือนมาทีหลังเพื่อนๆ วัยเดียวกัน เพราะว่าเขาจะเห็นตัวอย่างและมีประสบการณ์จากคำบอกเล่าของเพื่อนๆ มาแล้วบ้าง "การพูดจะต้องใช้คำที่ทำให้ ลูกสามารถเข้าใจได้ง่ายๆ เพราะถ้าเด็กมีประจำเดือนก่อนเพื่อนๆ คนอื่น เด็กจะตกใจและคิดว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเขา ดังนั้นคุณแม่จะต้องมีการพูดให้เขาเข้าใจว่ามันเป็นเรื่องธรรมชาติของ ผู้หญิง ถ้าคุณแม่พูดในทางวิชาการเกินไป อย่างเช่น การมีประจำเดือน คือ การที่ร่างกายของผู้หญิงมีการตกไข่ในแต่ละรอบเดือน และเป็นภาวะที่แสดงถึงช่วงอายุที่สามารถเจริญพันธุ์และสืบพันธุ์ได้แล้ว... คำอธิบายดังกล่าวลูกอาจจะไม่เข้าใจ อาจจะเปลี่ยนเป็นการพูดคุยว่า เลือดที่ออกมานั้นเรียกว่า การเป็นประจำเดือน โดยที่ร่างกายขับเลือดเสียออกมาทิ้งเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม เพื่อให้เลือดใหม่สร้างการเจริญเติบโตให้กับร่างกายและลูกจะเริ่มเป็นสาว แล้วแบบนี้ลูกจะเข้าใจมากกว่า" พญ.พัฏอธิบาย อย่างไรก็ดี คุณแม่จะต้องพูดกับลูกว่าเรื่องการมีประเดือนของผู้หญิงมันเป็นเรื่อง ธรรมชาติและจะต้องเป็นแบบนี้กันทุกคน เมื่อใกล้จะเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นลูกก็จะมีอาการแบบนี้เดือนละ 1 ครั้ง และปริมาณเลือดที่ขับออกมาจะไม่เท่ากัน บางคนก็มา 3-5 วัน หรือบางคนมามากก็มีประมาณ 1 สัปดาห์ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ทางร่างกายของแต่ละคน แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงในการแนะนำเด็กๆ ที่เริ่มมีประจำเดือนครั้งแรก กุมารแพทย์ท่านนี้ แนะว่า คุณแม่จะ ต้องแนะนำและสอนลูกเกี่ยวกับรักษาเรื่องสุขอนามัยและความสะอาดในช่วงที่มี ประจำเดือน การล้างทำความสะอาดอวัยวะเพศ การใช้ผ้าอนามัยจะต้องอธิบายวิธีการใช้ด้วยและการเปลี่ยนผ้าอนามัยจะต้อง เปลี่ยนทุกๆ 4 ชั่วโมง แต่ทั้งนี้จะต้องดูปริมาณของประจำเดือนว่ามามากน้อยแค่ไหน ถ้ามามากอาจจะต้องมีการเปลี่ยนบ่อยขึ้น ส่วนอีกเรื่องที่ต้องใส่ใจเกี่ยวกับการทิ้งผ้าอนามัยที่ใช้แล้ว จะต้องสอนลูกว่า เมื่อใช้ ผ้าอนามัยเสร็จแล้วทิ้งให้ถูกวิธี โดยการห่อกระดาษให้มิดชิดก่อนและนำไปทิ้งให้ถังขยะที่จัดเตรียมไว้โดยเฉพาะ และควรเตือนลูกว่าอย่าทิ้งลงในชักโครก เพราะมันจะทำให้ส้วมตันได้ง่าย อีกอย่างเมื่อเกิดการเลอะเทอะเปื้อนเสื้อผ้า จะต้องรู้จักการแช่ผ้าและซักล้างทำความสะอาด การใช้สบู่ซักในส่วนที่เปื้อนเลือดประจำเดือนจะทำให้ทำความสะอาดง่าย หลังจากนั้นก็ให้แช่ผงซักฟอกไว้อีกรอบ นอกจากนั้น พญ.พัฎ ยังให้ความรู้เพิ่มเติ่มอีกว่า มีอาการที่มาก่อนหรือพร้อมๆ กับการเป็นประจำเดือน คือ การปวดท้องน้อย คัดเต้านม สิวขึ้น หงุดหงิด ซึ่งอาการเหล่านี้ก็ขึ้นอยู่กับฮอร์โมนของแต่ละคน ส่งผลให้อาการที่พบแตกต่างกันออกไป โดยคุณแม่จะต้องคอยสังเกตความเปลี่ยนแปลงของลูก หากมีอาการไม่ถึงขั้นรุนแรงก็รักษาตามอาการ เช่น อาการปวดท้อง อาจจะบอกให้ลูกอดทนก่อนและบรรเทาอาการโดยการใช้กระเป๋าน้ำร้อนที่นำมา วางบริเวณหน้าท้อง ทั้งนี้ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานยาระงับอาการปวด เพราะจะทำให้เกิดการติดและจะต้องกินไปตลอดเมื่อมีประจำเดือน แต่หากมีไข้ช่วงเวลาที่เป็นประจำเดือน หรือที่เรียกว่า "ไข้ ทับระดู" ก็ควรไปพบแพทย์ สำหรับเรื่องการดูแลสุขภาพของเด็กผู้หญิงที่เริ่มเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น ที่ต้องการอาหารประเภทธาตุเหล็ก เช่น เนื้อสัตว์ ไข่แดง ผัก และผลไม้ ขณะที่ผู้ใหญ่บางคนจะบอกกับเด็กว่า ไม่ควรรับประทานของเย็นในเวลาที่มีประจำเดือน เพราะจะทำให้เลือดแข็งตัวและหยุดไหล พญ.พัฏ บอกว่า ในทางการแพทย์ พฤติกรรมนี้ไม่ได้ส่งผลให้มีอาการเหมือนอย่างที่กล่าวมาข้างต้น แต่สิ่งที่ควรระวังคือ ก้อนเลือดที่มีขนาดใหญ่ หรือการที่มีประจำเดือนมากเกินไป เช่น มาเกิน 7 วัน หรือวันหนึ่งๆ ใช้ผ้าอนามัยเกิน 3 ผืน เด็กๆ จะต้องบอกกับพ่อแม่ผู้ปกครองด้วย เพราะถ้าปล่อยทิ้งไว้อาจจะเสี่ยงต่อการเป็นโรคเลือด (เป็นภาวะการแข็งตัวที่ผิดปกติของเลือด) หรือโรคเนื้องอกในมดลูก แต่ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยพบในเด็กมากเท่าใดนัก "อย่างไรก็ตาม คุณพ่อคุณแม่จะต้องสอนลูกเรื่องการคบเพื่อนเพศตรงข้ามด้วย อย่างที่ทราบกันดีว่าเมื่อลูกเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์แล้ว พ่อแม่ควรมีการอธิบายเรื่องเพศศึกษาให้กับลูก เพื่อสร้างความเข้าใจและเป็นแนวทางในการปฏิบัติให้กับเด็ก รวมถึงควรสอดส่องดูแลและให้คำแนะนำกับลูกด้วย อย่ารอให้ลูกเรียนรู้เอง เพราะพ่อแม่จะไม่มีทางรู้ว่าสิ่งที่ลูกรับรู้มานั้นมันถูกต้องหรือไม่" กุมารแพทย์ด้านพัฒนาการเด็ก ฝากทิ้งท้าย คัดลอกจาก ASTVผู้จัดการออนไลน์ |
|||



