คนเราทุกคนต่างมีถังอารมณ์ด้วยกันทั้งสิ้น โดยเฉพาะเด็กๆ แล้วถังอารมณ์นับว่าเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะพัฒนาการทางร่างกาย อารมณ์ สังคมและสติปัญญาของเด็กนั้นเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงถึงกัน หากสิ่งใดสิ่งหนึ่ง บกพร่อง หรือขาดหายไปก็จะส่งผลให้อีกด้านหนึ่งบกพร่องไปด้วย ยกตัวอย่างเช่น หากเด็กๆ รู้สึกว่าไม่เป็นที่ต้องการ เด็กก็อาจแสดงออกโดยการก้าวร้าว แกล้งเพื่อน ซึมเศร้า เก็บตัว ไม่ยอมทานอาหาร หรือ ไม่ยอมไปโรงเรียนเป็นต้น
การเติมถังอารมณ์มีความสำคัญอย่างไร
ลองเปรียบเทียบกับรถยนต์ หากไม่มีน้ำมันในถัง รถก็ไม่สามารถจะวิ่งได้ ดังนั้นการเติมถังอารมณ์ของเด็กให้เต็ม จะช่วยให้เด็ก ๆ มีความรักให้ตัวเองและมีความรักให้กับผู้อื่นด้วย รวมทั้งมีความคิดด้านบวก มีความอดทนและเมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่ยุ่งยากก็สามารถจะแก้ไขสิ่งนั้นได้ ด้วยตนเอง เป็นต้น แต่ในทางกลับกัน หากถังอารมณ์ของเด็กไม่เต็มหรือพร่องไป เด็กก็มักจะเป็นคนมีความคิดทางลบ เลิกล้มความตั้งใจง่ายๆ ขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง หรือก้าวร้าว เป็นต้น
สาเหตุที่ถังอารมณ์ของเด็กไม่เต็มหรือพร่องไป
1.พ่อแม่ไม่ให้เวลากับลูกเท่าที่ควร อย่าลืมว่าเด็กเล็กๆ ทุกคนต้องการความรักและการเอาใจใส่เป็นพิเศษจากพ่อแม่ ดังนั้นพ่อแม่ควรให้เวลาแก่ลูก โดยการกอด พูดคุย เล่นกับเขาอย่างสม่ำเสมอ เด็กที่ถูกละเลยและขาดการเอาใจใส่จากพ่อแม่ จะเป็นเด็กที่มีปัญหาทางด้านอารมณ์หรือมีถังอารมณ์ที่ไม่เต็ม
2.พ่อแม่ทำร้ายลูก พ่อแม่บางคนชอบลงโทษลูกอย่างรุนแรง เช่น ดุหรือตีลูกเกินกว่าเหตุ ซึ่งเป็นการสร้างบาดแผลในจิตใจของเด็ก ที่ส่งผลทำให้เด็กเป็นคนที่มีถังอารมณ์ที่ไม่เต็ม และแสดงออกโดยการเป็นคนก้าวร้าว ชอบต่อต้าน เข้ากับคนอื่นได้ยาก
ใครคือคนที่จะเติมถังอารมณ์ให้เด็ก
ทุกคนที่ใกล้ชิดเด็ก โดยเฉพาะคุณพ่อ คุณแม่
วิธีเติมถังอารมณ์ให้เด็ก
การเติมถังอารมณ์ให้เด็กมีหลายวิธี วิธีง่ายๆที่สามารถทำได้มีดังนี้
• ให้เวลาลูกอย่างสม่ำเสมอทุกวัน พูดคุย กอดและหอมลูกทุกเวลาที่ทำได้
• นั่งลงคุยกับลูกในระดับสายตา พร้อมกับพูดว่า พ่อ/ แม่รักลูก
• กอดกับลูก ในขณะที่ดูทีวี รายการโปรดของลูก
• หาคำพูดที่จะชมลูกทุกวัน เช่น วันนี้หนูพูดเพราะจัง หรือวันนี้หนูไหว้สวยจัง
• อ่านนิทานเกี่ยวกับเรื่องความรักในครอบครัวร่วมกับลูก
• เขียน คำเสริมแรงสั้นๆใส่ในกล่องข้าวกลางวันให้ลูก
• ทำอาหารง่ายๆร่วมกับลูก เช่น ไข่เจียว ไข่ต้ม
• ฟังลูกพูดคุยอย่างสนใจในทุกๆเรื่อง
• หากิจกรรมที่จะได้สนุกสนานร่วมกันกับลูก เช่น วาดรูป ประดิษฐ์ของเล่นร่วมกับลูก
• เดินเล่นกับลูก พาลูกไปเที่ยวยังสถานที่ต่างๆ
• พูดคุยกับลูกก่อนนอน เช่น ถามลูกว่าวันนี้เป็นอย่างไร หากลูกไม่ชอบพูด อาจจะเล่นเกมส์ เช่นให้ลูกบอกชื่อผลไม้ที่ลูกชอบมา3ชนิด และ คุณพ่อคุณแม่ก็เป็นฝ่ายบอกชื่อผลไม้ที่ชอบมา3ชนิดด้วยเช่นกัน
สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงตัวอย่างในการเติมถังอารมณ์ให้กับลูกรักของเรา หากคุณพ่อคุณแม่เห็นถึงความสำคัญของการเติมถังอารมณ์ให้กับลูกของเราแล้ว ลูกของเราก็จะเติบโตขึ้นเป็นคนที่มีอารมณ์ดี ร่าเริงแจ่มใส เข้ากับคนอื่นได้ง่าย ซึ่งจะส่งผลให้เขาเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่มองโลกในแง่ดี และเป็นคนที่มีความสุขในตัวเองและพร้อมจะแบ่งปันความสุขนั้นให้กับผู้คนรอบ ข้างต่อไป
โดย : ดร. สุพาพร เทพยสุวรรณ